เดินทางสู่ Patagonia ส่วนหนึ่งเทือกเขาแอนดีสอันยิ่งใหญ่ ณ ทวีปอเมริกาใต้ พบกับยอดเขา Fitz Roy และ Paine Grande ที่สวยงามน่าค้นหาที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ตะลุยไปในทุกเส้นทางที่ดีที่สุดที่จะได้สัมผัสภูเขาอย่างใกล้ชิด แดนสวรรค์ของช่างภาพ ชมธารน้ำแข็งสีฟ้าใสกว้างใหญ่สุดสายตา และป่าเปลี่ยนสีแบบที่ไม่มีที่ไหนเหมือนที่ Patagonia ดินแดนปลายสุดของทวีป รอยต่อของประเทศอาร์เจนตินาและชีลี ที่รอเราไปค้นหา
และนอกจากนี้เราจะยังท่านเดินทางไปยังเกาะอีสเตอร์ ชมรูปปั้นโมอาย ที่น่าค้นหา
สายชิลสบายๆ ไม่เน้น hiking ชอบเที่ยวแบบรถถึงทุกจุด ไปจุดถ่ายภาพสวยๆ มีความสุขกับธรรมชาติแบบไม่ต้องออกแรง เรามีบริการช่างภาพ ถ่ายภาพให้ทุกท่าน ตลอดการเดินทาง
Highlights ตระการตากับภูเขาที่สวยที่สุดของโลก Fitz Roy, Cerro Torre, Cuernos del Paine และ Paine Grande
ตื่นตากับน้ำตาอิกวาซู สายน้ำที่ยิ่งใหญ่ของอเมริกาใต้ โดยพักที่โรงแรม Belmond ระดับ 5 ดาว ภายในอุทยาน 1 คืน
ชมรูปปั้นโมอาย เกาะอีสเตอร์
พาล่องเรือชมธารน้ำแข็งที่ Lago Grey ประเทศชิลี
ชมธารน้ำแข็ง Perito Moreno อย่างใกล้ชิดที่ประเทศอาร์เจนตินา (ทัวร์ Safari Azul)
สมาชิก 12 ท่าน
ระดับความยาก ง่าย เพราะจุดถ่ายภาพอยู่ไม่ไกลจากจุดจอดรถ หรือเดินไม่เกิน 1 กิโลเมตรในทางราบ
ลักษณะการเดินทาง ฝั่งชิลี เดินทางด้วยรถเช่าแบบ Van หรือ SUV 2 คัน โดยเดินทางคันละ 6 คน หรือใช้รถตู้เหมาส่วนตัวเฉพาะกลุ่มของเรา
ลักษณะที่พัก พักโรงแรม 3-4 ดาว พักคู่
Pixelmate เป็นทีมจัดทริปถ่ายภาพที่มีประสบการณ์จัดทริปในเส้นทาง Patagonia มากที่สุด โดยเราประสบความสำเร็จ จัดมาทั้งหมด 14 ทริปแล้วด้วยกัน สมาชิกทุกท่านพบกับความประทับใจ เดินทางกับเรา รับรองไม่ผิดหวัง
ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวเลขที่ 11/10626
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
ปู 095-156-6965
Line ID: @pixelmate
เดินทางจากกรุงเทพ สู่กรุงเซาเปาโล ประเทศบราซิล ด้วยสายการบินที่แนะนำ Turkish Airlines
เดินทางต่อไปยัง Santiago ประเทศชิลี
ฝากกระเป๋าไว้กับที่พัก ช่วงบ่ายเดินเล่นชมเมือง
ซานติอาโก เมืองหลวงและเมืองใหญ่ที่สุดของชิลี ตั้งอยู่ในหุบเขากลางของประเทศ รายล้อมด้วยเทือกเขาแอนดีส ทำให้มีภูมิประเทศโดดเด่นและอากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียน เมืองก่อตั้งในปี ค.ศ. 1541 โดยชาวสเปน และปัจจุบันเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ การเมือง และวัฒนธรรมของประเทศ นักท่องเที่ยวมักเริ่มสำรวจที่ Plaza de Armas ซึ่งเป็นศูนย์กลางประวัติศาสตร์ที่มีมหาวิหารซานติอาโกและพิพิธภัณฑ์สำคัญ ใกล้กันคือทำเนียบประธานาธิบดี La Moneda จากนั้นสามารถขึ้นกระเช้าหรือรถไฟภูเขาไปยัง Cerro San Cristóbal เพื่อชมวิวเมืองและแนวภูเขาแอนดีส ย่าน Bellavista โดดเด่นด้วยสตรีทอาร์ต ร้านอาหาร และบ้านของกวี Pablo Neruda ขณะที่ Cerro Santa Lucía เป็นสวนประวัติศาสตร์ใจกลางเมืองที่เหมาะกับการชมวิว นอกจากนี้ซานติอาโกยังเป็นจุดตั้งต้นไปยังแหล่งไวน์ Central Valley เทือกเขาแอนดีสสำหรับสกี และเมืองท่าริมมหาสมุทรอย่าง Valparaíso ทำให้เป็นเมืองที่รวมทั้งประวัติศาสตร์ ธรรมชาติ และการท่องเที่ยวหลากหลายไว้ในศูนย์กลางเดียว
พักที่ Wyndham Santiago Aeropuerto หรือเทียบเท่า พัก 1 คืน รวมอาหารเช้า
Meal
อาหารเช้า –
อาหารกลางวัน –
อาหารเย็น –
เดินทางไปยังเกาะอีสเตอร์ ด้วยสายการบิน LATAM
เวลาที่เกาะอีสเตอร์ ช้ากว่าแผ่นดินใหญ่ของชิลี 2 ชั่วโมง
รับรถเช่า เชคอินเข้าที่พัก เดินทางไปถ่ายภาพพระอาทิตย์ตกที่รูปปั้นโมอายใกล้กับตัวเมือง
เกาะอีสเตอร์ (Easter Island) หรือชื่อท้องถิ่นว่า “ราปานุย” (Rapa Nui) เป็นเกาะห่างไกลกลางมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันออก ตั้งอยู่ภายใต้การปกครองของประเทศชิลี โดดเด่นด้วยภูมิประเทศภูเขาไฟ พืชพรรณเขตร้อน และความลึกลับทางประวัติศาสตร์ที่ยาวนานหลายศตวรรษ สิ่งที่ทำให้เกาะแห่งนี้มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลกคือ รูปปั้นหินโมอาย (Moai statues) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของอารยธรรมราปานุยโบราณ
พักที่ Inaki Uhi Hotel หรือเทียบเท่า (พัก 2 คืน) รวมอาหารเช้า
Meal
อาหารเช้า +
อาหารกลางวัน –
อาหารเย็น –
เก็บภาพในอุทยานแห่งชาติ Rapa Nui บนเกาะอีสเตอร์ตลอดทั้งวัน เราจะเที่ยววนรอบเกาะ
รูปปั้นโมอายสร้างขึ้นระหว่างศตวรรษที่ 13 ถึง 16 โดยชาวพื้นเมืองราปานุย เพื่อเป็นการแสดงความเคารพต่อบรรพบุรุษ รูปปั้นเหล่านี้มักมีใบหน้าใหญ่ ยาว และไร้ลำตัว บางองค์มีความสูงถึง 10 เมตร และหนักมากกว่า 80 ตัน รูปปั้นแต่ละองค์มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ตั้งเรียงรายอยู่ทั่วเกาะ โดยเฉพาะบริเวณแท่นหินที่เรียกว่า “อาฮู” (Ahu) ซึ่งใช้เป็นฐานรองรับและประกอบพิธีกรรม แม้จะยังคงมีข้อถกเถียงทางวิชาการเกี่ยวกับวิธีการขนย้ายและตั้งรูปปั้นที่มีขนาดมหึมาเหล่านี้ แต่สิ่งหนึ่งที่แน่นอนคือ โมอายสะท้อนถึงความสามารถทางวิศวกรรม ความศรัทธาทางจิตวิญญาณ และความรุ่งเรืองทางวัฒนธรรมของชาวราปานุยในอดีตได้อย่างน่าทึ่ง
Meal
อาหารเช้า +
อาหารกลางวัน –
อาหารเย็น –
เช้า ถ่ายภาพที่ Ahu Tongariki เป็นกลุ่มรูปปั้นโมอายที่ใหญ่และโด่งดังที่สุดบนเกาะ ประกอบด้วยโมอายจำนวน 15 องค์ที่ตั้งเรียงบนแท่นหิน “อาฮู” ซึ่งได้รับการบูรณะขึ้นใหม่หลังจากถูกทำลายโดยสึนามิในปี 1960 ท่ามกลางฉากหลังของภูเขาไฟและทะเล Ahu Tongariki ถือเป็นสัญลักษณ์ของความยิ่งใหญ่ทางวัฒนธรรมของราปานุย
จากนั้นเชคเอาท์จากที่พัก เดินเล่นในตัวเมือง เก็บภาพบรรยากาศของคนในพื้นที่
เดินทางกลับซันติอาโก แผ่นดินใหญ่ของชิลีด้วยเที่ยวบิน LATAM
เข้าที่พักที่ Wyndham Santiago Aeropuerto หรือเทียบเท่า (พัก 1 คืน) รวมอาหารเช้า
Meal
อาหารเช้า +
อาหารกลางวัน –
อาหารเย็น –
เดินทางด้วยเครื่องบินจาก Santiago ไปยัง Puerto Natales ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมงครึ่ง
รับรถเช่า ใช้เวลาเดินทาง 2 ชั่วโมงไปยัง อุทยานแห่งชาติ Torres del Paine เชคอินเข้าที่พักที่ Rio Serrano Hotel หรือเทียบเท่า (พัก 3 คืน) จากนั้นเก็บภาพพระอาทิตย์ตก ณ จุดชมวิวไม่ไกลจากที่พัก
Torres del Paine เป็นหนึ่งในอุทยานแห่งชาติที่งดงามและเป็นที่รู้จักมากที่สุดในประเทศชิลี ก่อตั้งเมื่อปี 1959 ชื่อ “Torres del Paine” มาจากภาษาพื้นเมืองเตห์วลเช (Tehuelche) โดย “Paine” หมายถึง “สีน้ำเงิน” และ “Torres” หมายถึง “หอคอย” ซึ่งเป็นการอธิบายถึงยอดเขาหินแกรนิตสามยอดที่มีลักษณะโดดเด่นและมีสีฟ้าของท้องฟ้าเป็นพื้นหลัง ตัวอุทยานตั้งอยู่ในภูมิภาคปาตาโกเนีย ทางตอนใต้ของประเทศ อุทยานนี้มีพื้นที่ครอบคลุมประมาณ 2,420 ตารางกิโลเมตร (935 ตารางไมล์) และเป็นที่นิยมสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วโลกที่ต้องการสัมผัสกับธรรมชาติที่งดงามและทิวทัศน์ที่น่าทึ่ง โดยเฉพาะกลุ่มยอดเขา Torres del Paine ซึ่งเป็นที่มาของชื่ออุทยาน ยอดเขาเหล่านี้มีลักษณะเป็นหอคอยสูงชันและมีสีที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับแสงแดด อุทยานแห่งนี้เคยเกิดไฟป่าในปี 2011 จากน้ำมือนักท่องเที่ยวที่ตั้งแคมป์ในพื้นที่ได้จุดไฟแล้วทิ้งไว้โดยไม่ระมัดระวัง ทำให้ไฟลุกลามไปทั่วพื้นที่อย่างรวดเร็ว ส่งผลกระทบอย่างมากต่อระบบนิเวศ พื้นที่ถูกไฟไหม้ประมาณ 17,600 เฮกตาร์ (ประมาณ 43,500 เอเคอร์) ซึ่งรวมถึงป่าไม้ ทุ่งหญ้า และพื้นที่ท่องเที่ยวหลายแห่งในอุทยาน ปัจจุบันยังคงเหลือซากต้นไม้ตาย และทุ่งหญ้าที่เกิดจากไฟป่า
Meal
อาหารเช้า +
อาหารกลางวัน –
อาหารเย็น –
เก็บภาพในอุทยานแห่งชาติ Torres del Paine ในวันที่สอง ช่วงเช้าเก็บภาพพระอาทิตย์ขึ้นรอบๆทะเลสาบ Pehoe
กลางวัน เก็บภาพตามจุดต่างๆ ในอุทยาน
ช่วงเย็น ชมวิวโรงแรม Hosteria Pehoe จากจุดชมวิวมุมสูง
Meal
อาหารเช้า +
อาหารกลางวัน –
อาหารเย็น –
เก็บภาพพระอาทิตย์ขึ้นจากน้ำตก Salto Grande และเก็บภาพต้นไม้รูปทรงแปลกตาที่เกิดจากไฟป่า ช่วงเช้าจะเดินประมาณ 2 กิโลเมตร
ช่วงบ่าย เราจะเก็บภาพจากด้านตะวันออกของอุทยาน เช่น Laguna Amarga และเก็บภาพสัตว์ป่าในบริเวณใกล้เคียง อาจพบเห็นเสือ Puma และกัวนาโค่ (guanaco) ได้ในระหว่างทาง
ถ่ายภาพพระอาทิตย์ตกจากเกาะกลางทะเลสาบ Pehoe
Meal
อาหารเช้า +
อาหารกลางวัน –
อาหารเย็น –
ช่วงเช้า ถ่ายภาพพระอาทิตย์ขึ้นจากบริเวณใกล้ที่พัก
ช่วงสาย เชคเอาท์ออกจากที่พัก และเดินทางไปยังเมือง Puerto Natales ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ทานอาหารเที่ยง
และนั่งรถข้ามประเทศ (รถรับส่งจุดต่อจุด) ไปยังเมือง El Calafate
พักที่ Mirado del Lago Hotel หรือเทียบเท่า (พัก 1 คืน) รวมอาหารเช้า
Meal
อาหารเช้า +
อาหารกลางวัน –
อาหารเย็น –
ชมธารน้ำแข็ง Perito Moreno อย่างใกล้ชิด โดยมีจุดชมวิวที่เราสามารถเดินชมได้รอบๆ และนอกจากนี้ไฮไลท์ของวันนี้คือกิจกรรม Glacier Cruise ที่เราจะได้ชมธารน้ำแข็งแบบใกล้ชิด โดยใช้บริการทัวร์ท้องถิ่นที่มีชื่อเสียง ระยะเวลาทัวร์ประมาณ 2-3 ชั่วโมง ซึ่งโดยรวมแล้วเราจะใช้เวลาทั้งวันกับธารน้ำแข็งแห่งนี้
Perito Moreno Glacier เป็นหนึ่งในธารน้ำแข็งที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก ตั้งอยู่ใน Los Glaciares National Park บริเวณเขต Patagonia ทางตอนใต้ของอาร์เจนตินา ธารน้ำแข็งแห่งนี้มีความพิเศษในเรื่องความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องและความยิ่งใหญ่ของภูมิทัศน์ ธารน้ำแข็งมีความยาวประมาณ 30 กิโลเมตร พื้นที่ครอบคลุมกว่า 250 ตารางกิโลเมตร และหน้าผาน้ำแข็งมีความสูงประมาณ 70 เมตร เหนือผิวน้ำทะเลสาบ และอาจลึกได้ถึง 170 เมตร ใต้น้ำ Perito Moreno เป็นหนึ่งในธารน้ำแข็งไม่กี่แห่งในโลกที่ยังคงมีการเคลื่อนไหว (Dynamic Glacier) ธารน้ำแข็งนี้ยังคงขยายตัวและมีการเคลื่อนตัวประมาณ 2 เมตรต่อวัน
กลับมาพักผ่อนและทานอาหารค่ำส่งท้ายที่ El Calafate downtown
ออกเดินทางด้วยรถ private van ไปยัง El Chalten ใช้เวลาเดินทางอีก 3 ชั่วโมง ถึงที่พักและทานอาหารเที่ยง
El Chaltén ตั้งอยู่ในเขต Santa Cruz ทางตอนใต้ของอาร์เจนตินา เป็นเมืองเล็กๆ ที่ได้ชื่อว่าเป็น “เมืองหลวงแห่งการเดินป่าของอาร์เจนตินา” (Trekking Capital of Argentina) เมืองนี้ตั้งอยู่ในพื้นที่ Los Glaciares National Park ล้อมรอบด้วยเทือกเขาและธารน้ำแข็งที่งดงาม ทำให้เป็นจุดหมายปลายทางในฝันของนักผจญภัย
เชคอินเข้าที่พัก พักที่ Pudu Lodge หรือเทียบเท่า (พัก 2 คืน)
Meal
อาหารเช้า +
อาหารกลางวัน –
อาหารเย็น –
ช่วงเช้า ออกไปถ่ายภาพพระอาทิตย์ตกกับคุ้งน้ำอันสวยงามที่นอกเมือง มียอดเขา Fitz Roy และ Cerro Torre เป็นฉากหลัง
ช่วงบ่าย ออกไปเก็บภาพน้ำตก รายล้อมไปด้วยใบไม้เปลี่ยนสี
ภูเขา Fitz Roy และ Cerro Torre ตั้งอยู่ในพื้นที่ Los Glaciares National Park ใกล้เมือง El Chaltén ทางตอนใต้ของอาร์เจนตินา ทั้งสองยอดเขาเป็นสัญลักษณ์ของเทือกเขา Patagonia และได้รับการยอมรับว่าเป็นจุดหมายปลายทางในฝันสำหรับนักปีนเขาและนักเดินทางทั่วโลก ด้วยรูปลักษณ์ที่โดดเด่นและธรรมชาติที่รายล้อม และเป็นส่วนหนึ่งของ เทือกเขา Andes ที่เกิดขึ้นจากการชนกันของแผ่นเปลือกโลก Nazca Plate และ South American Plate เมื่อหลายสิบล้านปีก่อน ทั้งสองยอดนี้เป็นยอดเขาที่เกิดจาก หินแกรนิต (Granite)และเป็นหนึ่งในยอดเขาที่ท้าทาย ปีนยากที่สุดในโลก
Fitz Roy หรือที่ชาวบ้านในภาษาพื้นเมืองเรียกว่า Cerro Chaltén เป็นภูเขาที่มีรูปลักษณ์อันโดดเด่นและสูงตระหง่าน มีความสูง 3,405 เมตร (11,171 ฟุต) Fitz Roy
Cerro Torre เป็นภูเขาที่มีรูปลักษณ์งดงามและน่าทึ่ง ด้วยยอดเขาแหลมสูงที่ปกคลุมด้วยหิมะและน้ำแข็ง ด้วยความสูง 3,128 เมตร (10,262 ฟุต)
Meal
อาหารเช้า +
อาหารกลางวัน –
อาหารเย็น –
Session แสงเช้า สามารถเก็บภาพจากมุมเมือง หรือมุมริมถนนทางเข้าเมือง ที่เราจะเห็นถนนเป็นเส้นนำสายตาไปสู่ยอดเขา Fitz Roy ได้อย่างงดงาม
ช่วงสาย เดินทางกลับ El Calafate ใช้เวลาเดินทาง 3 ชั่วโมง ถึงสนามบินประมาณ 12.00 น. เดินทางกลับบัวโนสไอเรส
เปลี่ยนสนามบินไปยัง Ezeiza International Airport เพื่อเดินทางกับ Turkish Airlines
Meal
อาหารเช้า +
อาหารกลางวัน –
อาหารเย็น –
ต่อเครื่องที่อิสตันบูล
ถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพในช่วงบ่ายด้วยเที่ยวบิน