เปิดทริปในฝันสู่ Madeira และ Azores Islands เสน่ห์ของ Azores ในฤดูร้อน ในช่วงเวลาที่สวยที่สุดของปี ที่เกาะ Madeira เกาะภูเขาไฟกลางมหาสมุทรแอตแลนติกที่รวมภูเขาสูง ป่าดึกดำบรรพ์ หน้าผาริมทะเล น้ำตก และหมู่บ้านเล็ก ๆ ไว้ในพื้นที่เดียว ตั้งแต่แนวสันเขาสูงของ Pico do Arieiro ที่สามารถชมภูเขาสลับซับซ้อนเหนือชั้นเมฆ เดินทางเข้าสู่ Fanal Forest ป่า Laurisilva เก่าแก่ที่เต็มไปด้วยต้นไม้รูปทรงแปลกตาและบรรยากาศหมอก
จากนั้นข้ามมาที่หมู่เกาะ Azores ที่ทั้งเกาะบานสะพรั่งด้วยไฮเดรนเยียนับหมื่นต้นเพียงปีละครั้งเท่านั้น เราจะพาเที่ยวสองเกาะที่มีเสน่ห์แตกต่างกันอย่างชัดเจน เริ่มจาก São Miguel เกาะใหญ่ที่สุดของ Azores ที่เต็มไปด้วยภูมิประเทศจากภูเขาไฟ ทั้งทะเลสาบกลางปล่องภูเขาไฟ และเกาะ Flores เกาะเล็กทางตะวันตกสุดของ Azores ซึ่งโดดเด่นด้วยภูเขาสูงชัน น้ำตกจำนวนมาก ทะเลสาบบนที่ราบสูง หน้าผาริมทะเล และหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่กระจายตัวอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ
เพียงปีละครั้งเท่านั้น ที่หมู่เกาะทั้งสี่จะถูกแต่งแต้มด้วยไฮเดรนเยียสีฟ้า ม่วง และขาวตลอดสองข้างทาง ริมหน้าผา ปล่องภูเขาไฟ และหมู่บ้านพื้นเมือง
Highlights
✅ Madeira – ชมหน้าผาและวิวทะเลสุดอลังการ
✅ Fanal Forest – ป่าโบราณกลางสายหมอกที่ทุกคนต้องมาเมื่อมาถึง Madeira
✅ São Miguel – เกาะสีเขียวแห่งทะเลสาบปล่องภูเขาไฟ ชม Sete Cidades ปล่องภูเขาไฟขนาดยักษ์ที่กลายเป็นทะเลสาบสีเขียว-น้ำเงินคู่กันอย่างน่าอัศจรรย์
✅ Flores – เกาะแห่งน้ำตกและหุบเขาป่า พักที่ Fajã Grande หมู่บ้านเล็ก ๆ สุดทางตะวันตกของยุโรป ชมพระอาทิตย์ตกริมหน้าผา พร้อมวิวทุ่งหญ้าสีเขียวสด
✅ Corvo – เกาะที่เล็กที่สุด กับปล่องภูเขาไฟขนาดมหึมาใจกลางเกาะ ที่มีทะเลสาบและเนินเขาย่อยอยู่ภายใน ราวกับเป็น “เกาะในเกาะ” 🚤โดยทริปนี้จะมีกิจกรรมนั่งเรือแบบ day trip
✅ ดอกไฮเดรนเยียที่จะบานสะพรั่งไปทั้งเกาะ ไม่ว่าจะเป็นตามริมถนน ทางเดินเขา ชายหน้าผา หรือริมไร่เกษตร ไฮเดรนเยียกลายเป็น สัญลักษณ์ของฤดูร้อนแห่งหมู่เกาะกลางแอตแลนติก อย่างแท้จริง
ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวเลขที่ 11/12231
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
พี 081-824-8409
Line ID: @pixelmate
ทริปท่องเที่ยวพร้อมช่างภาพส่วนตัวประจำทริป ซึ่งทริปลีดเดอร์ของเราเป็นช่างภาพให้ บริการถ่ายภาพบุคคล (portrait) ให้ลูกค้าตลอดทริป อาจจะมีตื่นเช้าบ้างแต่ไม่ทุกวัน เน้นเดินทางสบายๆ ลีดเดอร์มีประสบการณ์ถ่ายภาพบุคคลและภาพถ่ายท่องเที่ยวมามากกว่า 5 ปี ที่จะคอยเก็บความประทับใจตลอดการเดินทางให้คุณไม่พลาดทุก moment สำคัญของทริป เก็บภาพบุคคลกับวิวทิวทัศน์เป็นความทรงจำ
✅ เหมาะสำหรับ
– คนชอบเที่ยว ที่อยากได้ภาพตนเอง กับวิวต่างๆ มีลีดเดอร์เป็นช่างภาพประจำทริป คอยถ่ายภาพให้ลูกค้า
– ครอบครัวที่อยากเดินทางพร้อมกันและอยากได้ภาพครอบครัว
พักคู่ ไม่รวมตั๋วเครื่องบิน อาหาร และวีซ่า
หากลูกค้าต้องการพักเดี๋ยว มีค่าใช้จ่ายเพิ่มท่านละ 42,000 บาท
จองทริป ชำระค่าจอง 50,000 บาท ชำระส่วนที่เหลือภายใน 31 มีนาคม 2570
กรุณาอ่านรายละเอียดทริป และเงื่อนไขการจองทริปในท้ายหน้าเพจนี้ให้ครบถ้วน เมื่อท่านโอนเงินมัดจำ ถือว่าท่านตกลงและรับทราบในกำหนดการเดินทาง ลักษณะการเดินทาง และเงื่อนไขการเดินทาง ลักษณะที่พัก และรถเช่า รวมไปถึงข้อตกลงต่างๆ ในรายละเอียดทริปฉบับนี้ อาทิ เงื่อนไขในการยกเลิกทริป หากท่านไม่สะดวกใจที่จะเดินทางเพราะลักษณะของทริปและการเดินทาง ถือว่าเป็นการตัดสินใจด้วยเหตุผลส่วนตัว
Trip leader เอกพล มณีโชติ (โคล) และวิชิต สวัสดี (อ๊อด)
สมาชิก 12-14 ท่าน
สมาชิกขั้นต่ำออกทริป 12 ท่าน
ค่าใช้จ่าย 125,000 บาทต่อท่าน พักคู่ ไม่รวมตั๋วเครื่องบิน อาหาร และวีซ่า
จองทริป ชำระมัดจำ 50,000 บาท และชำระส่วนที่เหลือภายใน 31 มีนาคม 2570
พักเดี่ยวเพิ่มท่านละ 42,000 บาท
ระดับความยาก ง่าย จุดถ่ายภาพส่วนมากจะอยู่ริมถนน มี 1 จุดที่ต้องเดินที่เกาะ Flores ระยะทางสั้นประมาณ 700 เมตร ขึ้นเนิน ใช้เวลาเดินประมาณ 20 นาที
🚤โดยทริปนี้จะมีกิจกรรมนั่งเรือแบบ day trip หากท่านไม่สะดวกนั่งเรือ หรือเมาเรือง่าย สามารถพักอยู่บนฝั่งได้ โดยจะคืนค่าใช้จ่ายให้ 1800 บาท
สภาพอากาศ ช่วงที่เดินทางไปเป็นฤดูร้อน แต่อากาศไม่ร้อนเท่ายุโรปแผ่นดินใหญ่ อากาศกำลังสบาย ช่วงกลางวันอุณหภูมิเฉลี่ยราวๆ 20-25 องศาเซลเซียสในตอนกลางวัน ช่วงเช้า 10-15 องศาเซลเซียส
ลักษณะที่พัก พักโรงแรมมาตรฐาน 3-5 ดาว พักคู่
ยกเว้นที่เกาะ Flores พัก Apartment มี 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ซึ่งเทียบเท่ากับห้องพักโรงแรมมาตรฐาน (เป็นเตียงคู่ 1 ห้อง และเตียงเดี่ยว 1 ห้อง)
ลักษณะอาหาร ทริปไม่รวมอาหาร มื้อเช้า ทานอาหารเช้าที่โรงแรม หรือร้านกาแฟ (กรณีโรงแรมไม่มีอาหารเช้า) มื้อกลางวันและมื้อเย็นทานที่ร้านอาหารในเมือง มีทั้งอาหารฝรั่ง อาหารเอเชีย สลับกันไป เท่าที่จะหาได้ในเมืองนั้นๆที่เดินทางไป
ลักษณะการเดินทาง เดินทางด้วยรถตู้ 9 ที่นั่ง 2 คัน
โดยลำดับการเลือกที่นั่งในรถ จะเลือกตามลำดับการมัดจำก่อนหลัง โดยทางทัวร์จะแจ้งให้เลือกที่นั่งก่อนเดินทาง
ช่างภาพ Travel & Portrait มีประสบการณ์นำทริปหลายเส้นทาง ดูแลดุจญาติมิตร
คุณครูสอนดนตรี ช่างภาพ Stockphoto และทริปลีดเดอร์มากประสบการณ์
เที่ยวบินที่แนะนำให้จอง (ไม่รวมอยู่ในค่าทริป)
หมายเหตุ ตารางเวลาเที่ยวบินอาจมีการเปลี่ยนแปลงเวลาจากทางสายการบินได้ในภายหลังจากที่รายละเอียดฉบับนี้ออก กรุณาตรวจสอบเวลาของแต่ละเที่ยวบินกับทริปลีดเดอร์อีกครั้งก่อนทำการจองตั๋วเครื่องบิน
เที่ยวบินระหว่างประเทศ Turkish Airlines เส้นทาง กรุงเทพ-ลิสบอน
ขาไป
16 กรกฏาคม TK69 BKK-IST 22.45 – 4.45
17 กรกฏาคม TK1755 IST-LIS 6.50 – 9.55
ขากลับ
27 กรกฏาคม TK1760 LIS-IST 16.50 – 23.40
28 กรกฏาคม TK68 IST-BKK 1.55 – 15.25
เที่ยวบินภายในโปรตุเกส ระหว่างเกาะ
17 กรกฏาคม TP1691 LIS-FNC 16.45 – 18.35 สายการบิน TAP
21 กรกฏาคม S4163 FNC-PDL 13.25 – 14.10 สายการบิน SATA Azores
24 กรกฏาคม SP500 PDL-FLW 9.40 – 11.05 สายการบิน SATA Azores (เครื่องบินใบพัด)
26 กรกฏาคม SP803 FLW-TER 15.50 – 16.55 สายการบิน SATA Azores (เครื่องบินใบพัด) ต่อ S4134 TER-LIS 18.25 – 21.45
กรุณายังไม่จองตั๋วเครื่องบิน จนกว่าจะมีการแจ้งยืนยันเดินทางจากทางแอดมินหรือทริปลีดเดอร์อย่างเป็นทางการ
หากทริปนี้ยืนยันเดินทางที่ลีดเดอร์คนเดียว (รถคันแรก) อาจไม่มีทริปลีดเดอร์เดินทางจากไทย และเดินทางกลับไทย เนื่องจากทริปลีดเดอร์เดินทางต่อทริป
ออกเดินทางจากกรุงเทพ สู่ลิสบอน ด้วยสายการบิน Turkish Airlines สายการบินแนะนำ
Meal (+ รวมในทริป, – ไม่รวมในทริป)
Breakfast –
Lunch –
Dinner –
ต่อเครื่องที่ตุรกี
ถึงลิสบอนช่วงเช้า ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร จากนั้นเชคอินต่อเพื่อเดินทางไป Madeira ด้วยสายการบิน TAP
ถึง Madeira ประมาณ 19.00 รับรถเช่าและเดินทางต่อไปยังที่พัก
พักที่ Melia Madeira Mare หรือเทียบเท่า พัก 2 คืน รวมอาหารเช้า
Madeira เป็นหมู่เกาะของโปรตุเกส ตั้งอยู่กลางมหาสมุทรแอตแลนติก ห่างจากชายฝั่งแอฟริกาตะวันตกประมาณ 700 กิโลเมตร และห่างจากลิสบอน 1,000 กิโลเมตร เกาะแห่งนี้ขึ้นชื่อเรื่องภูมิประเทศที่งดงาม อากาศอบอุ่นตลอดปี และวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ เกาะ Madeira มีภูมิประเทศที่หลากหลาย ตั้งแต่ ภูเขาสูงเสียดฟ้า ไปจนถึง หน้าผาริมทะเล หนึ่งในไฮไลต์ของเกาะคือ Pico do Arieiro และ Pico Ruivo ซึ่งเป็นยอดเขาสูงสุดของ Madeira นักเดินป่าจะได้สัมผัสกับทะเลหมอกและวิว 360 องศา
Meal
Breakfast –
Lunch –
Dinner –
![]()
ชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นที่ Pico do Arieiro จุดชมวิวที่เห็นวิว 360 องศารอบเกาะ จากนั้นกลับมาทานอาหารเช้ายังที่พัก ช่วงเช้าแวะเดินเล่นในตัวเมือง Funchal สามารถเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์ของโรนัลโด้ CR7 นักฟุตบอลที่มีชื่อเสียง (ค่าเข้าชมไม่รวมอยู่ในค่าทริป) ถ่ายรูปกับรูปปั้นด้านหน้า จากนั้นนำท่านแวะชม Blandy’s Wine Lodge ไวน์ Madeira เป็นไวน์เสริมดีกรีที่มีชื่อเสียงระดับโลก ผลิตมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 17
Pico do Arieiro หนึ่งในยอดเขาที่สูงที่สุดของ Madeira (1,818 ม.) เป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่งดงาม ด้วยวิวทะเลหมอกและแนวเทือกเขาที่ทอดยาว หากโชคดีอาจะได้เห็นทะเลหมอก
Funchal เป็นเมืองหลวงของหมู่เกาะ Madeira และเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของภูมิภาค ตั้งอยู่ทางชายฝั่งทางใต้ของเกาะ ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1421 โดยนักสำรวจชาวโปรตุเกส João Gonçalves Zarco ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ค้นพบเกาะ Madeira ชื่อ “Funchal” มาจากคำว่า “funcho” ซึ่งหมายถึง “เฟนเนล” เนื่องจากพืชชนิดนี้เติบโตอย่างอุดมสมบูรณ์บนเกาะ
บ่าย ออกเดินทางไปยัง Porto da Cruz แวะจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นชายฝั่งตะวันออกของ Madeira และแนวภูเขาสูงที่ล้อมรอบ และชม Casas Típicas de Santana หรือบ้านหลังคาสามเหลี่ยมสีสันสดใสที่เป็นสัญลักษณ์ของ Madeira ก่อนกลับแวะชม Ponte da Ribeira สะพานหินโบราณที่ตั้งอยู่ท่ามกลางป่าดิบชื้น สะพานแห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของระบบ Levada หรือคลองส่งน้ำ ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อกระจายน้ำจากภูเขาสูงลงสู่พื้นที่เกษตรกรรม
ช่วงเย็น ชมวิวจากจุดชมวิวมุมสูงของเมือง Câmara de Lobos
ทานอาหารเย็น และเดินทางกลับที่พัก
Câmara de Lobos เป็นหมู่บ้านชาวประมงที่มีเสน่ห์ ตั้งอยู่ทางชายฝั่งตะวันตกของเมือง Funchal เพียง 9 กิโลเมตร “Câmara de Lobos” ซึ่งแปลว่า “ถ้ำของแมวน้ำ” เพราะเมื่อชาวโปรตุเกสเดินทางมาถึง พวกเขาพบฝูงแมวน้ำพระ (Monk Seals) อาศัยอยู่บริเวณอ่าวแห่งนี้ แม้ว่าปัจจุบันแมวน้ำเหล่านี้จะสูญหายไปจากบริเวณนี้ (แต่ยังพบได้ที่ Ilhas Desertas) หมู่บ้านยังคงรักษาเสน่ห์ดั้งเดิมไว้
Meal
Breakfast +
Lunch –
Dinner –
![]()
![]()
ช่วงเช้า เดินเทรลระยะสั้นที่ Ponta de São Lourenço ซึ่งเป็นแหลมคาบสมุทรที่อยู่ปลายด้านตะวันออกของเกาะ ที่นี่เต็มไปด้วย หน้าผาหินสีแดง เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟในอดีตและถูกกัดเซาะโดยลมทะเล ทำให้เกิดหน้าผาและหินรูปร่างแปลกตา โดยมี 2 เส้นทางให้เลือกเดิน เส้นทางที่สวยกว่าจะมีความชัน ระยะทางเดินไม่เกิน 1 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินประมาณครึ่งชั่วโมง อีกเส้นทางนึงจะราบกว่า
หลังจากเดินเทรลที่ Ponta de São Lourenço เดินทางกลับที่พัก ทานอาหารเช้า และพักผ่อนตามอัธยาศัย ในช่วงสาย หากมีเวลานำท่านชม Madeira Botanical Garden
บ่าย เดินทางไปฝั่งตะวันตกของเกาะ โดยเราจะพักที่เมือง Porto Moniz อีกสองคืน ระหว่างทางแวะชมโบสถ์เล็กๆ บนเนินเขาที่ Sao Vicente ที่เราจะได้เห็นวิวรายล้อม 360 องศา
เย็น พาชม Fanal Forest ป่าที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร
Fanal Forest หรือ Laurisilva do Fanal เป็นหนึ่งในป่าที่มีมนต์ขลังที่สุดของเกาะ Madeira ตั้งอยู่ในเขตอนุรักษ์ธรรมชาติ Parque Natural da Madeira บนที่ราบสูง Paul da Serra ทางตะวันตกของเกาะ ป่าแห่งนี้เต็มไปด้วย ต้นลอเรลโบราณ (Laurisilva) ที่ปกคลุมไปด้วยมอสและหมอกจางๆ สร้างบรรยากาศราวกับอยู่ในเทพนิยาย ป่าลอเรลแบบนี้เคยปกคลุมยุโรปตอนใต้ แต่ปัจจุบันหลงเหลืออยู่เพียงไม่กี่แห่งในหมู่เกาะแอตแลนติกอย่าง Madeira และ Canary Islands ป่าแห่งนี้มีความสำคัญในเชิงนิเวศวิทยา เพราะเป็นบ้านของพืชและสัตว์หายากหลายชนิดป่าลอเรลแบบนี้เคยปกคลุมยุโรปตอนใต้ แต่ปัจจุบันหลงเหลืออยู่เพียงไม่กี่แห่งในหมู่เกาะแอตแลนติกอย่าง Madeira และ Canary Islands ป่าแห่งนี้มีความสำคัญในเชิงนิเวศวิทยา เพราะเป็นบ้านของพืชและสัตว์หายากหลายชนิด
พักที่ Hotel Aqua Natura Madeira หรือเทียบเท่า (พัก 2 คืน) รวมอาหารเช้า
Meal
Breakfast +
Lunch –
Dinner –
![]()
ช่วงเช้า ชมประติมากรรมกองหินกลางทะเล Ribeira da Janela จุดนี้จะมีคลื่นสวยๆ และมีจุดชมวิวมุมสูงให้เราเก็บภาพ จากนั้นแวะชมเมืองริมทะเลหลายแห่ง เช่น Seixal, Santa Maria Madalena ที่ให้บรรยากาศชิลๆ แตกต่างกันออกไป รวมถึงเมือง Porto Moniz ที่เราพัก
หากมีหมอก เราจะออกไปเก็บภาพที่ป่า Fanal Forest อีกครั้ง
ช่วงบ่าย ขับรถเที่ยวชมทางตะวันตกของเกาะ Madeira เช่น Ponta do Pargo และ Ponta da Ladeira จนถึงช่วงเวลาช่วงเย็น รอชมพระอาทิตย์ตกริมทะเล
Meal
Breakfast –
Lunch –
Dinner –
![]()
![]()
![]()
Porto Moniz – Funchal – Ponta Delgada (Azores)
ช่วงเช้า เก็บภาพทะเลสวยงามจากที่พัก เชคเอาท์ และเดินทางไปยังสนามบิน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง ทานอาหารเที่ยงในเมือง Funchal และเดินทางต่อไปสนามบิน โดยถึงสนามบินไม่เกิน 11.30 น. (หรืออาจทานอาหารเที่ยงที่สนามบินเพื่อความสะดวก)
เดินทางไปยัง Ponta Delgada บนเกาะ Sao Miguel เกาะที่ใหญ่ที่สุดของ Azores ด้วยสายการบิน SATA Azores
เชคอินเข้าที่พัก จากนั้นออกไปชม crater หรือปากปล่องภูเขาไฟในโซน Sete Cidades โดยในช่วงเย็นเราจะนำท่านเดินระยะสั้นไปยังจุดชมวิวที่เราสามารถเห็น 3 ทะเลสาบได้พร้อมกัน
São Miguel (เซา มีเกล) คือเกาะที่ใหญ่ที่สุดและมีความหลากหลายที่สุดในหมู่เกาะ Azores ประเทศโปรตุเกส จนได้รับสมญาว่า “The Green Island” หรือ “เกาะสีเขียว” จากภูมิประเทศที่อุดมด้วยป่า ทุ่งเขียว ทะเลสาบปล่องภูเขาไฟ และภูเขาสูงตัดกับทะเลสีคราม
Sete Cidades (เซเต ซิดาดึช) คือปล่องภูเขาไฟขนาดมหึมาที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางกว่า 5 กิโลเมตร และเป็นที่ตั้งของ ทะเลสาบคู่สีเขียว–ฟ้า (Lagoa Verde & Lagoa Azul) ซึ่งเกิดจากการก่อตัวของปล่องภูเขาไฟเมื่อหลายพันปีก่อน ปัจจุบันกลายเป็นฉากธรรมชาติระดับโลกที่เปี่ยมไปด้วยความสงบ มีหมู่บ้านเล็ก ๆ ตั้งอยู่ในปากปล่องชื่อว่า Sete Cidades ซึ่งน่ารักและเงียบสงบ
พักที่ Canadiano Urban Nature Hotel หรือเทียบเท่า
พัก 3 คืน รวมอาหารเช้า
Meal
Breakfast +
Lunch –
Dinner –
![]()
![]()
ตอนเช้า ขับรถไปเที่ยวด้านตะวันออกของเกาะ ชมอุโมงค์ต้นไม้, ประภาคาร Farol do Arnel, และ Ribeira dos Caldeirões น้ำตกเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยดอกไฮเดรนเยีย และได้ลิ้มรสอาหารทะเลท้องถิ่น
ช่วงเย็น นำท่านชม Sea stack ที่มีชื่อเสียงของเกาะ และใกล้ ๆ กันก็จะมีแปลงดอกไฮเดรนเยียนับพันดอก ปลูกแน่นราวกับเป็นพรมสีฟ้า สวยงามมาก
Meal
Breakfast – (ไม่ได้ทานอาหารเช้าที่โรงแรม)
Lunch –
Dinner –
![]()
ตอนเช้า ออกเดินทางไปชม Lagoa do Fogo ทะเลสาบปากปล่องภูเขาไฟอีกแห่งหนึ่งที่มีความสวยงามไม่แพ้กับ Sete Cidades
Lagoa do Fogo (ลากัว ดู โฟโก) แปลว่า “ทะเลสาบแห่งไฟ” เป็นทะเลสาบปล่องภูเขาไฟที่ตั้งอยู่สูงที่สุดบนเกาะ São Miguel และคงความบริสุทธิ์ดิบ ๆ แบบไม่มีสิ่งปลูกสร้างใดมารบกวน อยู่สูงเกือบ 600 เมตรจากระดับน้ำทะเล กลาง เขตอนุรักษ์ธรรมชาติ ในวันที่อากาศดี น้ำจะเป็นสีฟ้าเทอร์ควอยซ์ลึกตัดกับเขียวเข้มของภูเขารอบ ๆ
บ่าย นำท่านชม Gorreana Tea Plantation ไร่ชาเก่าแก่ สามารถชิมชา และถ่ายรูปเล่นในไร่ชาได้ สามารถมองเห็นลายเส้นไร่ชาเขียวเป็นระเบียบ สลับกับฉากฟ้าทะเลสีคราม จากนั้นกลับมาเดินเล่นในตัวเมือง Ponta Delgada เมืองหลวงของ Azores หรือออกไปเก็บภาพที่ Sete Cidades อีกจุดหนึ่ง
Gorreana Tea Plantation (กอร์เรอานา) คือไร่ชาที่เก่าแก่ที่สุดและใหญ่ที่สุดในยุโรปตะวันตก ตั้งอยู่บนเกาะ São Miguel แห่งหมู่เกาะ Azores ประเทศโปรตุเกส ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1883 โดยตระกูล Gorreana และยังคงดำเนินการผลิตชาแบบดั้งเดิมมากว่า 140 ปีโดยไม่เคยหยุดแม้แต่ในช่วงสงครามโลก ที่นี่เป็นไร่ชาที่ใช้ กระบวนการผลิตแบบออร์แกนิก โดยไม่ใช้สารเคมีหรือยาฆ่าแมลงใด ๆ ปลูกชาอยู่บนเนินเขาลาดชันใกล้ทะเล ในสภาพอากาศชื้น อุณหภูมิคงที่ และดินภูเขาไฟ จึงเป็นเงื่อนไขที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการปลูกชา
Meal
Breakfast +
Lunch –
Dinner –
![]()
Ponta Delgada – Flores
ช่วงเช้า เดินเล่นถ่ายภาพในตัวเมือง Ponta Delgada จากนั้นเชคเอาท์เดินทางไปสนามบิน เพื่อเดินทางไปเกาะ Flores ด้วยสายการบิน SATA Azores
Flores (ฟลอเรส) เป็นเกาะที่ตั้งอยู่ตะวันตกสุดของหมู่เกาะ Azores และของยุโรปทั้งหมด ชื่อ “Flores” แปลว่า “ดอกไม้” ในภาษาโปรตุเกส — ซึ่งไม่เกินจริง เพราะที่นี่คือเกาะแห่งน้ำตก พืชพรรณเขียวขจี ป่าเฟิร์น และดอกไฮเดรนเยียที่บานสะพรั่งในฤดูร้อน เรียกได้ว่าเป็น “เกาะอีเดนกลางแอตแลนติก” ที่เงียบ สงบ และยังไม่ถูกรุกล้ำโดยการท่องเที่ยวเชิงพาณิชย์
ถึงเกาะ Flores รับรถเช่า เดินทางไปยังที่พักซึ่งอยู่ทางตะวันตกของเกาะ ในเมือง Fajã Grande หมู่บ้านเล็ก ๆ ริมหน้าผาตะวันตก เป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยที่สุดของ Flores จากหมู่บ้านจะมองเห็นแนว น้ำตกไหลจากภูเขาสู่ทะเล เป็นฉากหลังของทุ่งหญ้าเขียวและบ้านหลังเล็ก
โดยเราจะให้แวะ Supermarket ซื้อน้ำดื่มและของใช้ส่วนตัวก่อนเดินทางเข้าที่พัก
เย็น วิวใกล้เคียง Ribeira Grande จากจุดชมวิวมุมสูง
พัก Apartment บนเกาะ บริหารโดยโรงแรม โดย Apartment หน่ึงหลังมี 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ พัก 3-4 ท่านต่อหลัง (เป็นเตียงคู่ 1 ห้อง และเตียงเดี่ยว 1 ห้อง แชร์ห้องน้ำ 2 ท่านต่อห้อง เทียบเท่ากับพักคู่ในโรงแรมมาตรฐาน)
พัก 2 คืน ไม่รวมอาหารเช้า
Meal
Breakfast +
Lunch –
Dinner –
![]()
![]()
![]()
ช่วงเช้า พาเดิน hiking ระยะสั้นไปชม Ribeira do Ferreiro เป็นหุบเขาแคบที่มี น้ำตกไหลลงมาจากหน้าผาหลายสิบสาย เรียงรายลงสู่สระน้ำใสกลางป่าดิบชื้น ทางเดินค่อนข้างง่าย เหมาะสำหรับคนทุกวัย มีเดินขึ้นเนิน เส้นทางระยะทางสั้นเพียง 700 เมตร ใช้เวลา 15-20 นาที ที่นี่เป็นหนึ่งในสถานที่งดงามที่สุดของทั้งหมู่เกาะ Azores
จากนั้นช่วงสาย นำท่านเดินทางสู่เกาะ Corvo แบบ day trip โดยเราจะนั่งเรือประมาณ 45 นาที เป็นเรือแบบเปิดโล่ง open air ซึ่งจะเมาเรือน้อยกว่าเรือแบบปิด เราจะใช้เวลาที่เกาะ Corvo ประมาณ 5 ชั่วโมง รวมแวะทานอาหารเที่ยง ที่กลางเกาะจะมีปากปล่องภูเขาไฟที่สวยงามมาก
Corvo (คอร์โว) เป็นเกาะที่เล็กที่สุดและเงียบที่สุดในหมู่เกาะ Azores ประเทศโปรตุเกส ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะ Flores และมักถูกเรียกว่า “ปลายขอบของยุโรป” ด้วยขนาดเพียง 17.1 ตารางกิโลเมตร และมีประชากรเพียงไม่กี่ร้อยคน เกาะนี้จึงเป็นดินแดนแห่งความเรียบง่าย ธรรมชาติดิบ และจังหวะชีวิตที่เดินอย่างช้า…ช้ามาก ใจกลางเกาะ Corvo คือ Caldeirão ปล่องภูเขาไฟขนาดยักษ์ เส้นผ่านศูนย์กลางกว่า 2 กิโลเมตร ลึกประมาณ 300 เมตร ภายในปล่องเต็มไปด้วยทุ่งหญ้า บึง และทะเลสาบเล็ก ๆ สลับเนินเขาเตี้ยๆ คล้ายเกาะเล็กในเกาะใหญ่ ราวกับ “โลกอีกใบ” ที่สงบงดงามเหนือคำบรรยาย
เดินทางกลับเกาะ Flores และแวะชมทะเลสาบอีกแห่งที่รายล้อมด้วยดอกไฮเดรนเยีย
Meal
Breakfast –
Lunch –
Dinner –
![]()
เช้า ไปชมหาดลับกับ Sea stack หรือประติมากรรมกองหินกลางทะเลที่สวยงาม
ช่วงสาย เชคเอาท์ออกจากที่พัก จากนั้นเดินทางไปยังสนามบิน แวะทานอาหารเที่ยงระหว่างทาง ถึงสนามบินไม่เกิน 13.00 น. เพื่อเดินทางกลับลิสบอน
ถึงลิสบอน เชคอินเข้าที่พัก
พักที่ Radisson Blu Hotel Lisbon
พัก 1 คืน รวมอาหารเช้า
![]()
ในช่วงเช้าที่ลิสบอน ทีมงานพาท่านเดินเล่นถ่ายภาพในตัวเมือง หรืออิสระ free time ในช่วงเช้า โดยเราจะออกเดินทางกลับไปยังสนามบินประมาณ 13.00 น. เพื่อเชคอินเวลา 14.00 น. กับสายการบิน Turkish Airlines เพื่อเดินทางกลับประเทศไทย
![]()
เดินทางกลับถึงกรุงเทพฯโดยสวัสดิภาพในช่วงบ่าย
การยกเลิกทริปด้วยเหตุผลส่วนตัวของสมาชิก
การยกเลิกทริปด้วยเหตุผลส่วนตัวของสมาชิก ยึดตามหลักเกณฑ์ของกรมท่องเที่ยว
หากเกิดเหตุขัดข้องประการใดที่ท่านไม่สามารถไปทริปได้ด้วยเหตุผลส่วนบุคคล และมีการแจ้งขอยกเลิกทริป ล่วงหน้ามากกว่า 30 วัน จะได้รับเงินคืน 100% และต้องถูกหักค่าใช้จ่ายที่ไม่สามารถคืนเงินได้
หากท่านแจ้งล่วงหน้ามากกว่า 15 วัน แต่ไม่เกิน 30 วัน จะได้รับเงินคืน 50% และต้องถูกหักค่าใช้จ่ายที่ไม่สามารถคืนเงินได้
หากท่านแจ้งล่วงหน้าน้อยกว่า 15 วัน จะไม่ได้รับเงินคืน
โดยขอสงวนสิทธิ์ในการหักค่าใช้จ่ายและค่าดำเนินการที่ได้ออกไปล่วงหน้าก่อนแล้ว เช่นค่าโรงแรมที่พักส่วนของท่าน และหักค่าดำเนินการ 20,000 บาท ฯลฯ
หากท่านหาผู้ที่สนใจไปแทนได้ด้วยตนเอง ทางผู้จัดจะคืนเงินให้เต็มจำนวนหลังหักค่าใช้จ่ายที่จำเป็น อาทิ ค่าใช้จ่ายทัวร์ท้องถินอื่นๆ ที่เปลี่ยนชื่อและคืนเงินไม่ได้ หากท่านประสงค์ให้ผู้จัดทริปช่วยหาสมาชิกแทน อาจมีค่าดำเนินการ และค่าโฆษณาทาง Social Media
หากท่านถูกปฏิเสธวีซ่าและตัดสินใจไม่เดินทาง ถือว่าเป็นการยกเลิกทริปด้วยเหตุผลส่วนบุคคล ทางผู้จัดทริปจะไม่รับผิดชอบใดๆ ท่านสามารถยื่นวีซ่าท่องเที่ยวล่วงหน้าได้ เพื่อความมั่นใจในการเดินทาง
หลังจากชำระมัดจำแล้ว หากท่านไม่สามารถชำระค่าทริปทั้งหมดภายในกำหนดที่แจ้งไว้ข้างต้น ทางผู้จัดทริปขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกสิทธิ์ในการไปทริปของท่าน และจะคืนเงินตามหลักเกณฑ์ของกรมท่องเที่ยวที่ได้แจ้งไว้แล้วข้างต้น
การยกเลิกทริปด้วยผู้จัด
หากมีเหตุขัดข้องประการใดที่ทางผู้จัดขอยกเลิกทริป ทางผู้จัดจะคืนเงินมัดจำให้เต็มจำนวน และหากสมาชิกใดได้โอนเงินส่วนที่เหลือมาครบแล้ว ทางผู้จัดก็จะโอนคืนเต็มจำนวนเช่นกัน ภายใน 30 วันนับจากวันที่มีการแจ้งยกเลิกทริป
หากสมาชิกไม่ครบขั้นต่ำออกทริป ภายในวันกำหนดชำระยอดสุดท้าย หรือด้วยสาเหตุใดๆที่ทางผู้จัดทริปไม่สามารถยืนยันการออกทริปได้ ทางผู้จัดทริปจะยกเลิกการเดินทาง และคืนเงินที่ท่านได้ชำระมาแล้วภายใน 30 วัน กรุณาอย่าทำการจองตั๋วเครื่องบินจะกว่าจะมีการยืนยันออกทริปที่แน่นอน หากท่านจองตั๋วเครื่องบินก่อนการยืนยันออกทริป และหากทริปไม่สามารถออกได้ ท่านต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายและค่าธรรมเนียมการยกเลิกตั๋วด้วยตนเอง