Puna de Atacama ฝั่งอาร์เจนตินา คือหนึ่งในเส้นทาง Roadtrip ที่แปลกตาและยิ่งใหญ่ที่สุดของทวีปอเมริกาใต้ ดินแดนทะเลทรายบนที่ราบสูงแอนดีสที่เต็มไปด้วยภูเขาไฟ ทะเลเกลือสีขาว และภูมิประเทศเหนือจริงราวกับอีกดาวหนึ่ง เราจะเดินทางผ่านจังหวัด Catamarca, Salta และ Jujuy บนเส้นทางภูเขาสูงหลายพันเมตร ท่ามกลางวิวเวิ้งว้างสุดสายตา แสงแดดคมจัด และท้องฟ้าสีน้ำเงินเข้มที่เป็นเอกลักษณ์ของ Puna
Highlight
✅ Campo de Piedra Pómez ทะเลหินภูเขาไฟสีขาวขนาดมหึมาที่เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟเมื่อหลายล้านปีก่อน จนกลายเป็นภูมิประเทศคล้ายเมืองหินกลางทะเลทราย
✅ Salar de Antofalla ทะเลเกลือยาวกว่า 150 กิโลเมตร หนึ่งในทะเลเกลือที่ใหญ่ที่สุดของอาร์เจนตินา
✅ Cono de Arita ภูเขาทรงกรวยสมบูรณ์แบบที่ตั้งโดดเด่นกลาง Salar de Arizaro
✅ Salinas Grandes ทะเลเกลือสีขาวขนาดมหึมาทางตอนเหนือของอาร์เจนตินา มีคลองสีฟ้าที่เกิดจากการขุดเกลือ
✅ Serranía de Hornocal หรือ “ภูเขา 14 สี” เทือกเขาหลากสีขนาดมหึมาที่เกิดจากชั้นหินตะกอนอายุหลายล้านปีเรียงตัวกันเป็นลวดลายสีสันสวยงาม
ทริปนี้จะเดินทางอยู่บนที่ราบสูง ความสูงประมาณ 3500-4700 เมตร จุดถ่ายภาพส่วนใหญ่รถถึง มีเดินทางราบสั้น ๆ ไม่เกิน 1 กิโลเมตร
ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวเลขที่ 11/12231
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
ปู 096-156-6965
Line ID: @pixelmate
ทริปสำรวจ คือทริปที่ทริปลีดเดอร์ยังไม่เคยเดินทางไปในเส้นทางนี้ ดังนั้นอาจมีความสมบูรณ์ของการวางโปรแกรม การเลือกจุดถ่ายภาพ หรือการเลือกเส้นทาง การแนะนำเส้นทางเดิน หรือแจ้งความยากในการเดิน จะไม่สมบูรณ์เท่ากับทริปที่ทริปลีดเดอร์เคยมีประสบการณ์เดินทางแล้ว
เป็นทริปที่จัดโปรแกรมเพื่อช่างภาพโดยเฉพาะ ในรูปแบบ photo workshop โดยเราจะมีการแนะนำสอนถ่ายภาพที่เข้มข้น ตื่นเช้ามารอเก็บแสงสวย ๆ ตอนพระอาทิตย์ขึ้น และรอพระอาทิตย์ตก
✅ เหมาะสำหรับ
– ช่างภาพ ตากล้อง เราจะวางโปรแกรมให้เหมาะสมสำหรับการถ่ายภาพ และลีดเดอร์จะเน้นสอนถ่ายภาพเป็นหลัก
หากไม่ใช่ช่างภาพ ไม่มีกล้องใหญ่ ใช้แค่มือถือก็สามารถร่วมทริปได้ครับ มือถือรุ่นใหม่ๆ มีลูกเล่นกล้องและเลนส์ที่คุณภาพดี ถ่ายภาพออกมาได้สวยงามไม่แพ้กล้องใหญ่ ทริปลีดเดอร์สามารถแนะนำมุมมองการถ่ายภาพด้วยมือถือ ให้ได้ภาพสวย ๆ อย่างแน่นอน
สำหรับการถ่ายภาพบุคคลให้ลูกค้าในทริปช่างภาพจะมีการถ่ายภาพบุคคลให้ตามโอกาสโดยไม่รบกวนช่างภาพท่านอื่นเช่นถ่ายในจุดที่ใกล้เคียงกันไม่บังมุมกันและกันหรือถ่ายในช่วงเวลาที่ช่างภาพได้เก็บภาพวิวเสร็จแล้ว
รวมอาหารและที่พัก (พักคู่) ไม่รวมตั๋วเครื่องบิน
จองทริป ชำระค่าจอง 70,000 บาทต่อท่าน ชำระส่วนที่เหลือภายใน 31 มกราคม 2570
———-
ทริปเสริมไป Brazil Lençóis Maranhenses National Park ท่านละ 95,000 บาท
รวมที่พัก (พักคู่) ไม่รวมตั๋วเครื่องบินและอาหาร
จะมีรวม session นั่งเครื่องบินเล็ก 2 รอบตอนแสงเย็น และทัวร์ 4WD 1 ครั้ง
กรุณาอ่านรายละเอียดทริป และเงื่อนไขการจองทริปในท้ายหน้าเพจนี้ให้ครบถ้วน เมื่อท่านโอนเงินมัดจำ ถือว่าท่านตกลงและรับทราบในกำหนดการเดินทาง ลักษณะการเดินทาง และเงื่อนไขการเดินทาง ลักษณะที่พัก และรถเช่า รวมไปถึงข้อตกลงต่างๆ ในรายละเอียดทริปฉบับนี้ อาทิ เงื่อนไขในการยกเลิกทริป หากท่านไม่สะดวกใจที่จะเดินทางเพราะลักษณะของทริปและการเดินทาง ถือว่าเป็นการตัดสินใจด้วยเหตุผลส่วนตัว
Trip leader วิศณุ บุญรอด (ปู)
สมาชิก 7 ท่าน สมาชิกขั้นต่ำออกทริป 7 ท่าน (ลีดเดอร์คนเดียว)
ค่าใช้จ่าย 159,000 บาท รวมอาหารและที่พัก (พักคู่) ไม่รวมตั๋วเครื่องบิน
จองทริป ชำระมัดจำ 70,000 บาท ยืนยันการจองทริปโดยการชำระมัดจำเท่านั้น
ชำระส่วนที่เหลือภายใน 31 มกราคม 2570
ทริปเสริม บราซิล Lencois 95,000 รวมที่พัก (พักคู่) ไม่รวมตั๋วเครื่องบินและอาหาร โดยรับแค่ 4 ท่าน และมีขั้นต่ำยืนยันเดินทาง 4 ท่าน
ระดับความยาก ง่ายถึงปานกลาง จุดถ่ายภาพรถถึงเกือบทั้งหมด ตลอดทริปจะมีการนั่งรถ 4WD ซึ่งถนนหนทางอาจไม่สะดวกสบาย โดยเราจะพักโรงแรม local มีน้ำอาบทุกคืน
สภาพอากาศ ช่วงที่เดินทางไปเป็นต้นฤดูหนาว อากาศจะหนาวในช่วงเช้าอุณหภูมิเฉลี่ยราวๆ 0-10 องศาเซลเซียส กลางวันอากาศเย็นสบาย 10-20 องศาเซลเซียส ที่ตลอดทริปเราจะอยู่บนที่สูง อากาศอาจจะหนาวติดลบได้ในช่วงเช้า ประมาณ -5 องศาเซลเซียส
ลักษณะที่พัก พักโรงแรมมาตรฐาน พักคู่ ตามที่ระบุในโปรแกรม
ลักษณะอาหาร ทริปรวมอาหาร มื้อเช้า ทานอาหารเช้าที่โรงแรม มื้อกลางวันและมื้อเย็นทานที่ร้านอาหารในเมือง มีทั้งอาหารฝรั่ง อาหารท้องถิ่น สลับกันไป เท่าที่จะหาได้ในเมืองนั้นๆที่เดินทางไป ไม่มีร้านอาหารเอเชีย (เท่าที่ทราบ) ถ้าติดรถอาหารแบบไทย ๆ ให้เตรียมเครื่องปรุง หรืออาหารซองไปเผื่อ สำหรับอาหารมื้อเช้า เที่ยง หรือเย็นที่อยู่ระหว่างการเดินในสนามบิน หรือขณะกำลังบิน จะไม่รวมในค่าใช้จ่ายตามที่ระบุในโปรแกรม
ลักษณะการเดินทาง นั่งรถ โดยเหมาจากไกด์ท้องถิ่น
การเดินทางครั้งนี้จะเน้นการถ่ายภาพ Landscape เป็นหลัก เน้นแสงเช้า และแสงเย็น กลางวันพักผ่อน และมีถ่ายภาพดาว ภาพทางช้างเผือกเป็นบางวัน เท่าที่อากาศเอื้ออำนวย
Pixelmate Co-founder: ช่างภาพผู้เชี่ยวชาญการถ่ายภาพกลางคืน (nightscape, astroscape) และ Landscape จากเมือง Dallas, Texas มีผลงานและเป็นที่ยอมรับอย่างแพร่หลายในกลุ่มช่างภาพในสหรัฐอเมริกาและระดับสากล ปัจจุบันเป็นอาจารย์ประจำที่มหาวิทยาลัยบูรพา
หมายเหตุ ตารางเวลาเที่ยวบินอาจมีการเปลี่ยนแปลงเวลาจากทางสายการบินได้ในภายหลังจากที่รายละเอียดฉบับนี้ออก กรุณาตรวจสอบเวลาของแต่ละเที่ยวบินกับทริปลีดเดอร์อีกครั้งก่อนทำการจองตั๋วเครื่องบิน
เที่ยวบินระหว่างประเทศ Turkish Airlines
กรุงเทพ (BKK) – บัวโนสไอเรส (EZE) ไปกลับ
25 มิถุนายน TK69 BKK-IST 22.45 – 4.45
26 มิถุนายน TK15 IST-GRU 10.35 – 17.45
26 มิถุนายน TK15 GRU-EZE 19.20 – 22.25
5 กรกฏาคม TK16 EZE-GRU 23.55 – 2.30
6 กรกฏาคม TK16 GRU-IST 4.10 – 22.45
7 กรกฏาคม TK68 IST-BKK 1.55 – 15.25
เที่ยวบินภายในอาร์เจนตินา
สายการบิน Aerolineas Argentinas
27 มิถุนายน AR1492 EZE-SLA 6.50 – 9.05
5 กรกฏาคม AR1493 SLA-AEP 13.00 – 15.05
กรุณายังไม่จองตั๋วเครื่องบินจนกว่าจะได้รับแจ้งยืนยันออกทริปอย่างเป็นทางการจากทริปลีดเดอร์
หากท่านที่ไม่ได้เดินทางต่อไปบราซิล ทริปลีดเดอร์จะส่งท่านที่สนามบิน AEP และเรียก Taxi ให้เดินทางมาที่ EZE โดยออกค่า Taxi ให้ (ลีดเดอร์ไม่ได้เดินทางกลับไทยด้วย)
หากเดินทางไปต่อทริป Lencois ที่บราซิล จะมีเที่ยวดังนี้
เที่ยวบินระหว่างประเทศ Turkish Airlines
Multi City
ขาไป กรุงเทพ (BKK) – บัวโนสไอเรส (EZE)
25 มิถุนายน TK69 BKK-IST 22.45 – 4.45
26 มิถุนายน TK15 IST-GRU 10.35 – 17.45
26 มิถุนายน TK15 GRU-EZE 19.20 – 22.25
ขากลับ เซา เปาโล (GRU) – กรุงเทพ (BKK)
10 กรกฏาคม TK16 GRU-IST 4.10 – 22.45
11 กรกฏาคม TK68 IST-BKK 1.55 – 15.25
สายการบิน Aerolineas Argentinas
Booking #1 EZE-SLA
27 มิถุนายน AR1492 EZE-SLA 6.50 – 9.05
Booking #2 SLA-GRU (จองให้อยู่ใน 1 booking เท่านั้น โดยกำหนดต้นทาง SLA กำหนดปลายทาง GRU)
5 กรกฏาคม AR1493 SLA-AEP 13.00 – 15.05
5 กรกฏาคม AR1240 AEP-GRU 19.40 – 22.25
สายการบิน LATAM Brazil
6 กรกฏาคม LA4742 GRU-SLZ 7.20 – 10.45
ขากลับ SLZ-GRU มีสองตัวเลือกครับ
สายการบิน Gol 9 กรกฏาคม G31565 SLZ-GRU 17.50 – 21.30 (ลีดเดอร์บินรอบนี้)
สายการบิน LATAM 9 กรกฏาคม LA3613 SLZ-GRU 18.45 – 22.15
โปรแกรมด้านล่างนี้อาจมีการปรับเปลี่ยนเพิ่มเติมหน้างานได้ตามความเหมาะสมของสภาพอากาศ และความเหมาะสมของการเดินทาง
พร้อมกันที่สุวรรณภูมิประมาณ 20.00 น.
ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ สู่กรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา ด้วยสายการบิน Turkish Airlines สายการบินแนะนำ
Meal
อาหารเช้า –
อาหารกลางวัน –
อาหารเย็น –
ต่อเครื่องที่อิสตันบูล ไปยังบัวโนสไอเรส (มีแวะที่เซาเปาโล แต่ไม่ต้องลงจากเครื่อง)
ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรประเทศอาร์เจนตินา เชคอินเข้าที่พัก พักผ่อนตามอัธยาศัย
พักที่ Posada de las Aguilas Hotel Boutique หรือเทียบเท่า 1 คืน ไม่รวมอาหารเช้า (วันรุ่งขึ้นต้องไปสนามบินแต่เช้า)
Meal
อาหารเช้า –
อาหารกลางวัน –
อาหารเย็น –
เดินทางไป Salta ด้วยสายการบิน Aerolineas Argentinas
เมื่อถึง Salta ทัวร์ท้องถิ่นรอรับ เดินทางด้วยรถตู้ Sprinter ไปยัง Purmamarca ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง
ช่วงบ่ายแวะชม Cerro de los Siete Colores หรือ “ภูเขาเจ็ดสี” เป็นแนวภูเขาหลากสีที่ตั้งอยู่ด้านหลังหมู่บ้าน Purmamarca
จากนั้นเดินทางต่อไปยัง Serranía de Hornocal หรือที่รู้จักในชื่อ “ภูเขา 14 สี” ไฮไลต์ของวันนี้ บริเวณความสูงประมาณ 4,300 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล เทือกเขานี้เป็นส่วนหนึ่งของแนวหินปูนและหินตะกอนในเขต Andes ที่เกิดการยกตัวและพับชั้นหินจากการเคลื่อนตัวของแผ่นเปลือกโลก ทำให้เกิดลวดลายชั้นหินหลากสีเรียงตัวเป็นแนวสามเหลี่ยมขนาดใหญ่ สีต่าง ๆ เกิดจากองค์ประกอบแร่ที่แตกต่างกัน เช่น เหล็ก ทองแดง กำมะถัน และแคลเซียม Hornocal อยู่ในพื้นที่ของ Quebrada de Humahuaca หุบเขาที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO
พักที่ Hotel Cerros del Norte หรือเทียบเท่า พัก 2 คืน รวมอาหารเช้า
Meal
อาหารเช้า –
อาหารกลางวัน +
อาหารเย็น +
Purmamarca เป็นหมู่บ้านขนาดเล็กในจังหวัด Jujuy ทางตอนเหนือของอาร์เจนตินา ตั้งอยู่ที่ระดับความสูงประมาณ 2,300 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ในหุบเขา Quebrada de Humahuaca ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO เมืองนี้มีชื่อเสียงจาก Cerro de los Siete Colores หรือ “ภูเขาเจ็ดสี” ซึ่งเป็นแนวชั้นหินหลากสีที่เกิดจากการสะสมตัวของแร่และตะกอนในช่วงเวลาทางธรณีวิทยาที่แตกต่างกัน Purmamarca ก่อตั้งในช่วงศตวรรษที่ 17 และยังคงรักษาสถาปัตยกรรมแบบ Andean และอาณานิคมสเปนไว้ได้อย่างชัดเจน อาคารส่วนใหญ่สร้างด้วยอิฐดิน adobe และถนนภายในหมู่บ้านยังคงเป็นลักษณะเรียบง่าย จุดสำคัญของเมือง ได้แก่ โบสถ์ Santa Rosa de Lima ที่สร้างในปี ค.ศ. 1648, ต้นไม้ Algarrobo อายุกว่า 600 ปีบริเวณจัตุรัสกลางเมือง และเส้นทางเดิน Paseo de los Colorados ที่ล้อมรอบภูเขาหินสีแดงนอกหมู่บ้าน
ขับรถตระเวนเที่ยวรอบ Purmamarca อาทิ
Meal
อาหารเช้า +
อาหารกลางวัน +
อาหารเย็น +
วันนี้จะเป็นวันที่เดินทางยาวจาก Purmamarca ไปยัง Tolar Grande ระยะทาง 350 กม ใช้เวลาประมาณ 7 ชั่วโมง ระหว่างทางอาจแวะจุดท่องเที่ยวต่าง ๆ ตามที่เวลาเอื้ออำนวย
วันนี้อาจไม่มีถ่ายภาพแสงและแสงเย็น เพราะเวลาเดินทางค่อนข้างจำกัด
จุดท่องเที่ยวในวันนี้
พักที่ Hosteria Casa Andina หรือเทียบเท่า พัก 2 คืน รวมอาหารเช้า
Meal
อาหารเช้า +
อาหารกลางวัน +
อาหารเย็น +
Tolar Grande เป็นหมู่บ้านขนาดเล็กในจังหวัด Salta ทางตะวันตกเฉียงเหนือของอาร์เจนตินา ตั้งอยู่บนที่ราบสูง Puna ใกล้ชายแดนชิลี ที่ระดับความสูงประมาณ 3,500 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล เมืองนี้มีประชากรเพียงไม่กี่ร้อยคน และเป็นหนึ่งในชุมชนที่อยู่ห่างไกลที่สุดของภูมิภาคแอนดีสอาร์เจนตินา เดิมพื้นที่มีบทบาทสำคัญด้านการทำเหมืองแร่และการขนส่งผ่านเส้นทางรถไฟสาย Andes อีกทั้ง Tolar Grande เป็นจุดศูนย์กลางสำหรับเดินทางไปยังแลนด์สเคปสำคัญหลายแห่งของภูมิภาค เช่น Cono de Arita, Salar de Arizaro และพื้นที่ทะเลทราย Laberinto Desert รอบเมือง ภูมิประเทศบริเวณนี้ประกอบด้วยทะเลเกลือ ภูเขาไฟ หินตะกอนสีแดง และที่ราบสูงแห้งแล้งแบบ Andes Altiplano โดยเส้นทางส่วนใหญ่ยังเป็นถนนลูกรังและอยู่ในพื้นที่ห่างไกลจากเมืองใหญ่
ถ่ายภาพจุดสำคัญรอบ ๆ Tolar Grande โดยช่วงเช้าชม Laguna Santa María ทะเลสาบน้ำเค็มบนที่ราบสูง Puna พื้นที่รอบทะเลสาบมีลักษณะเป็นภูมิประเทศแห้งแล้งแบบ Altiplano ประกอบด้วยภูเขาไฟ ทุ่งหญ้าสูง และแอ่งตะกอนน้ำเค็มที่เกิดจากระบบทะเลสาบปิดของเขต Puna Laguna Santa María มีลักษณะเด่นคือสีของน้ำที่เปลี่ยนไปตามแร่ธาตุ ความลึก และสภาพแสง โดยพื้นที่บางส่วนมีคราบเกลือและตะกอนแร่สะสมอยู่รอบขอบทะเลสาบ ระบบนิเวศของทะเลสาบรองรับนกน้ำและนกฟลามิงโก Andean หลายชนิดที่อาศัยในเขตทะเลสาบสูงของเทือกเขาแอนดีส
ช่วงบ่าย เราจะเดินทางไปยัง Cono de Arita เป็นภูเขารูปทรงกรวยสมมาตรที่ตั้งอยู่กลาง Salar de Arizaro ตัวภูเขามีความสูงราว 200 เมตรจากพื้นทะเลเกลือโดยรอบ และมีลักษณะโดดเด่นจากรูปทรงกรวยที่แยกตัวออกจากภูมิประเทศราบเรียบของ Salar de Arizaro อย่างชัดเจน ที่นี่ได้รับความนิยมจากช่างภาพ landscape เนื่องจากรูปทรงภูเขาที่สมมาตรและตำแหน่งกลางทะเลเกลือกว้างใหญ่ และเราจะถ่ายภาพแสงเย็นกันที่นี่ จุดนี้บินโดรนสวยมาก
Cono de Arita อยู่ห่างจากตัวเมือง 70 กิโลเมตร
Meal
อาหารเช้า +
อาหารกลางวัน +
อาหารเย็น +
ช่วงเช้า ออกไปถ่ายภาพที่ Cono de Arita อีกครั้ง โดยถ่ายจาก Viewpoint จากนั้นเดินทางต่อไปยังเมือง El Peñón วันนี้จะเป็นอีกวันที่เดินทางไกลประมาณ 300 กิโลเมตร
อาจมีจุดถ่ายภาพระหว่างทาง ขึ้นกับความเหมาะสมของการวางแผนการเดินทางจากไกด์ท้องถิ่น
พักที่ Hosteria El Penon หรือเทียบเท่า พัก 3 คืน รวมอาหารเช้า
Meal
อาหารเช้า +
อาหารกลางวัน +
อาหารเย็น +
El Peñón เป็นหมู่บ้านขนาดเล็กในจังหวัด Catamarca ทางตะวันตกเฉียงเหนือของอาร์เจนตินา ที่ระดับความสูงประมาณ 3,400 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล เมืองนี้เป็นหนึ่งในจุดศูนย์กลางสำคัญสำหรับการเดินทางสำรวจภูมิประเทศของเขต Puna de Atacama โดยเฉพาะพื้นที่ทะเลทราย ภูเขาไฟ และทะเลเกลือในจังหวัด Catamarca El Peñón เป็นจุดเริ่มต้นหลักสำหรับเดินทางไปยัง Campo de Piedra Pómez ซึ่งเป็นลานหินพัมมิซสีขาวขนาดใหญ่ที่เกิดจากการปะทุของภูเขาไฟ รวมถึงพื้นที่ภูเขาไฟ Galán, Laguna Carachi Pampa และทะเลทรายภูเขาสูงรอบบริเวณ เมืองมีประชากรไม่มาก และโครงสร้างพื้นฐานส่วนใหญ่รองรับนักเดินทางที่สำรวจเส้นทาง off-road ในเขต Puna
วันนี้จะเป็นไฮไลต์อีกวัน ที่เราจะเข้าไปชม Campo de Piedra Pómez เป็นพื้นที่ลานหินพัมมิซขนาดใหญ่ ที่ระดับความสูงประมาณ 3,000–3,500 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล พื้นที่นี้เกิดจากการปะทุขนาดใหญ่ของภูเขาไฟเมื่อหลายล้านปีก่อน ทำให้เถ้าภูเขาไฟและหินพัมมิซสะสมตัวเป็นชั้นหนา ก่อนถูกกัดเซาะโดยลมและน้ำจนเกิดเป็นแนวหินรูปร่างแปลกตากระจายทั่วพื้นที่ มีลักษณะเด่นคือหินพัมมิซสีขาวและสีครีมขนาดใหญ่ที่เรียงตัวเป็นสันหิน หุบแคบ และกำแพงหินคล้ายเมืองหินกลางทะเลทราย บางจุดมีความสูงหลายสิบเมตร และมีแถบสีชมพูหรือส้มจากแร่ภูเขาไฟผสมอยู่ในชั้นหิน พื้นผิวของหินมีรูพรุนตามลักษณะเฉพาะของ pumice rock ซึ่งเกิดจากก๊าซภายในลาวาระหว่างการเย็นตัวอย่างรวดเร็ว
ซึ่งเราจะถ่ายภาพที่ Campo de Piedra Pómez ทั้งแสงเช้าและเย็น โดยช่วงกลางวันอาจแวะ 2 จุดเท่าที่เวลาเอื้อนวยคือ
Meal
อาหารเช้า +
อาหารกลางวัน +
อาหารเย็น +
ถ่ายภาพบริเวณอีกด้านของ El Penon ตามจุดถ่ายภาพที่น่าสนใจ อาทิ
Meal
อาหารเช้า +
อาหารกลางวัน +
อาหารเย็น +
ออกเดินทางไปยัง Cafayate วันนี้เป็นวันเดินทาง นั่งรถประมาณ 350 กิโลเมตร หากเวลาเอื้ออำนวย อาจมีโอกาสได้แวะชมจุดท่องเที่ยว อาทิ
Meal
อาหารเช้า +
อาหารกลางวัน +
อาหารเย็น +
- Cafayate เป็นเมืองขนาดเล็กในจังหวัด Salta ทางตะวันตกเฉียงเหนือของอาร์เจนตินา ตั้งอยู่ในหุบเขา Calchaquí Valleys ที่ระดับความสูงประมาณ 1,680 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล เมืองนี้เป็นหนึ่งในศูนย์กลางการผลิตไวน์ที่สำคัญที่สุดของประเทศ โดยเฉพาะองุ่นพันธุ์ Torrontés ซึ่งเป็นไวน์ขาวเอกลักษณ์ของอาร์เจนตินา สภาพอากาศแห้ง แดดจัด และอุณหภูมิแตกต่างสูงระหว่างกลางวันและกลางคืน ช่วยให้พื้นที่รอบ Cafayate เหมาะสำหรับการปลูกองุ่นคุณภาพสูง
เชคเอาท์ออกจากที่พัก เดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง ระยะทาง 200 กิโลเมตร กลับมายังสนามบิน Salta โดยถึงสนามบินประมาณ 11.00 น. เพื่อเดินทางกลับบัวโนสไอเรสด้วยสายการบิน Aerolineas Argentinas
อาจมีสนามบินสำรองในเมือง Tucumán แทน หากรอบบินไม่เอื้ออำนวย (สายการบิน Aerolineas ชอบเปลี่ยนตารางบินค่อนข้างบ่อย)
ช่วงเย็น เดินทางไปสนามบิน EZE เพื่อเชคอินกับสายการบิน Turkish Airlines เพื่อกลับประเทศไทย
Meal
อาหารเช้า +
อาหารกลางวัน –
อาหารเย็น –
เดินทางกลับประเทศไทย
Meal
อาหารเช้า –
อาหารกลางวัน –
อาหารเย็น –
ต่อเครื่องที่ประเทศตุรกี และถึงกรุงเทพฯ ในช่วงบ่าย
รายละเอียดทริป ส่วนเสริม Brazil Lençóis Maranhenses National Park
สมาชิก รับแค่ 4 ท่าน และมีขั้นต่ำยืนยันเดินทาง 4 ท่าน(ลีดเดอร์คนเดียว)
ค่าใช้จ่าย 95,000 บาท รวมที่พัก (พักคู่) ไม่รวมตั๋วเครื่องบินและอาหาร
ระดับความยาก ง่าย จุดถ่ายภาพรถถึงเกือบทั้งหมด ระหว่างเมืองใช้รถตู้เดินทางบนถนนลาดยาง มีนั่งเครื่องบินเล็กเพื่อถ่ายภาพ และหากต้องการเข้าไปชมทะเลทรายแบบใกล้ชิดจะต้องนั่ง 4WD ซึ่งเป็น day trip
สภาพอากาศ อากาศคล้ายไทย อุณหภูมิ 20-30 องศาเซลเซียส อาจมีฝนตกได้บ้าง
ลักษณะที่พัก พักโรงแรมมาตรฐาน 3-5 ดาวขึ้นไป พักคู่ ตามที่ระบุในโปรแกรม
ลักษณะอาหาร ทริปไม่รวมอาหาร มื้อเช้า ทานอาหารเช้าที่โรงแรม มื้อกลางวันและมื้อเย็นทานที่ร้านอาหารในเมือง มีทั้งอาหารฝรั่ง อาหารท้องถิ่น สลับกันไป เท่าที่จะหาได้ในเมืองนั้นๆที่เดินทางไป
ลักษณะการเดินทาง นั่งรถ โดยเหมาจากไกด์ท้องถิ่น
การเดินทางครั้งนี้จะเน้นการถ่ายภาพ Landscape เป็นหลัก เน้นแสงเช้า และแสงเย็น กลางวันพักผ่อน และมีถ่ายภาพดาว ภาพทางช้างเผือกเป็นบางวัน เท่าที่อากาศเอื้ออำนวย และมีนั่งเครื่องบินเล็กถ่ายภาพ (1 ลำนั่งได้ 6 ที่นั่งรวมนักบิน)
จบทริป Puna Atacama เดินทางต่อไปยังเซาเปาโล ด้วยสายการบิน Aerolineas Argentinas
พักที่ Sleep Inn Guarulhos หรือเทียบเท่า พัก 1 คืน ไม่รวมอาหารเช้า
Meal
อาหารเช้า –
อาหารกลางวัน –
อาหารเย็น –
เดินทางไป Sao Luis ที่อยู่ในเขต Maranhão ด้วยสายการบิน LATAM
ช่วงเช้า เราอาจจะแวะชมเมืองและทานอาหารเที่ยงที่ Sao Luis ก่อนเดินทางต่อไปยัง Barreirinhas และจะใช้เวลาเดินทางอีก 4 ชั่วโมง
คาดว่าวันนี้อาจไม่ทันแสงเย็น
พักที่ Porto Preguiças Resortหรือเทียบเท่า พัก 3 คืน รวมอาหารเช้า
Meal
อาหารเช้า –
อาหารกลางวัน –
อาหารเย็น –
เมือง São Luís เมืองหลวงของรัฐ Maranhão ทางตะวันออกเฉียงเหนือของบราซิล เป็นเมืองเก่าอายุหลายร้อยปีที่มีเอกลักษณ์แตกต่างจากเมืองอื่นในประเทศ ทั้งด้านสถาปัตยกรรม วัฒนธรรม และภูมิประเทศ เมืองนี้ก่อตั้งโดยชาวฝรั่งเศสในปี ค.ศ. 1612 ก่อนจะถูกปกครองโดยโปรตุเกส ทำให้ย่านประวัติศาสตร์เต็มไปด้วยอาคารโคโลเนียลสีสันสดใส ปูด้วยถนนหิน และตกแต่งด้วยกระเบื้อง azulejos แบบโปรตุเกสจำนวนมาก จนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO บรรยากาศของเมืองผสมผสานทั้งกลิ่นอายยุโรป แอฟริกัน และบราซิลพื้นเมืองเข้าด้วยกันอย่างมีเสน่ห์ โดยเฉพาะดนตรีเร็กเก้ที่ได้รับความนิยมมากจน São Luís ถูกขนานนามว่าเป็น “เมืองหลวงแห่งเร็กเก้ของบราซิล”
เที่ยวใน Lençóis Maranhenses National Park ตลอดทั้งวัน โดยช่วงเช้าและกลางวันเราจะซื้อทัวร์เข้าไปถ่ายภาพด้านในโดยทางบกด้วยรถ 4WD
และตอนเย็น จะเหมาเครื่องบินเล็กเพื่อถ่ายภาพจากมุมสูง โดยในเขตอุทยานจะไม่สามารถบินโดรนได้ตลอดทั้งทริป
Meal
อาหารเช้า +
อาหารกลางวัน –
อาหารเย็น –
เมือง Barreirinhas เป็นเมืองเล็กริมแม่น้ำ Preguiças ในรัฐ Maranhão ทางตะวันออกเฉียงเหนือของบราซิล และถือเป็นประตูหลักสู่ Lençóis Maranhenses National Park อุทยานแห่งชาติชื่อดังที่เต็มไปด้วยเนินทรายสีขาวและทะเลสาบน้ำฝนสีฟ้าใสสุดสายตา เมืองแห่งนี้มีบรรยากาศเงียบสบายแบบเมืองท่องเที่ยวริมแม่น้ำ รายล้อมด้วยต้นปาล์ม ร้านอาหารท้องถิ่น และท่าเรือที่ใช้เดินทางต่อไปยังหมู่บ้านและธรรมชาติรอบอุทยาน นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มาเริ่มต้นทริปนั่งรถ 4×4 ตะลุยทะเลทราย เดินชมลากูนสีฟ้าอย่าง Lagoa Azul และ Lagoa Bonita หรือ ล่องเรือไปตามแม่น้ำ Preguiças ผ่านป่าชายเลน เนินทราย และหมู่บ้านชาวประมงเล็ก ๆ ริมชายฝั่ง
เที่ยวใน Lençóis Maranhenses National Park ตลอดทั้งวัน เป็นวันที่สอง
เย็น นั่งเครื่องบินถ่ายภาพจากมุมสูง
Meal
อาหารเช้า +
อาหารกลางวัน –
อาหารเย็น –
Lençóis Maranhenses National Park เป็นอุทยานแห่งชาติในรัฐ Maranhão ทางตะวันออกเฉียงเหนือของบราซิล ก่อตั้งเมื่อปี ค.ศ. 1981 มีพื้นที่ประมาณ 1,550 ตารางกิโลเมตร ลักษณะเด่นคือเนินทรายสีขาวขนาดใหญ่ที่เกิดจากการสะสมของตะกอนทรายจากแม่น้ำและกระแสน้ำในมหาสมุทรแอตแลนติก แม้พื้นที่จะมีลักษณะคล้ายทะเลทราย แต่มีปริมาณฝนเฉลี่ยประมาณ 1,200–1,600 มิลลิเมตรต่อปี ทำให้เกิดทะเลสาบน้ำจืดตามฤดูกาลระหว่างเนินทรายในช่วงเดือนมิถุนายนถึงกันยายน ทะเลสาบสำคัญ ได้แก่ Lagoa Azul และ Lagoa Bonita
หลังอาหารเช้า เชคเอาท์ออกจากที่พัก และเดินทางกลับเมือง Sao Luis
หากท่านใดต้องการนั่งเครื่องบินถ่ายภาพช่วงเช้าของทริปนี้ สามารถแจ้งทริปลีดเดอร์เพื่อขอประสานงานกับนักบินซื้อทัวร์เพิ่มได้ แต่ทัวร์ช่วงเช้าจะไม่ได้ถ่ายพระอาทิตย์ขึ้น จะได้แสงช่วงสายเล็กน้อย
เดินทาง 4 ชั่วโมง คาดว่าถึง Sao Louis ประมาณบ่ายสาม หากมีเวลาอาจเดินเล่นในตัวเมืองเพิ่มเติม ก่อนเดินทางถึงสนามบินประมาณ 16.00 น. เพื่อเดินทางกลับเซาเปาโลด้วยสายการบิน LATAM
ถึงสนามบินเซาเปาโล รับกระเป๋า และไปเชคอินกับ Turkish Airlines ที่ Terminal 3
Meal
อาหารเช้า +
อาหารกลางวัน –
อาหารเย็น –
เดินทางกลับกรุงเทพฯ ด้วยสายการบิน Turkish Airlines
Meal
อาหารเช้า –
อาหารกลางวัน –
อาหารเย็น –
ต่อเครื่องที่อิสตันบูล และถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพในช่วงบ่าย
การยกเลิกทริปด้วยเหตุผลส่วนตัวของสมาชิก
การยกเลิกทริปด้วยเหตุผลส่วนตัวของสมาชิก ยึดตามหลักเกณฑ์ของกรมท่องเที่ยว
หากเกิดเหตุขัดข้องประการใดที่ท่านไม่สามารถไปทริปได้ด้วยเหตุผลส่วนบุคคล และมีการแจ้งขอยกเลิกทริป ล่วงหน้ามากกว่า 30 วัน จะได้รับเงินคืน 100% และต้องถูกหักค่าใช้จ่ายที่ไม่สามารถคืนเงินได้
หากท่านแจ้งล่วงหน้ามากกว่า 15 วัน แต่ไม่เกิน 30 วัน จะได้รับเงินคืน 50% และต้องถูกหักค่าใช้จ่ายที่ไม่สามารถคืนเงินได้
หากท่านแจ้งล่วงหน้าน้อยกว่า 15 วัน จะไม่ได้รับเงินคืน
โดยขอสงวนสิทธิ์ในการหักค่าใช้จ่ายและค่าดำเนินการที่ได้ออกไปล่วงหน้าก่อนแล้ว เช่นค่าโรงแรมที่พักส่วนของท่าน และหักค่าดำเนินการ 20,000 บาท ฯลฯ
หากท่านหาผู้ที่สนใจไปแทนได้ด้วยตนเอง ทางผู้จัดจะคืนเงินให้เต็มจำนวนหลังหักค่าใช้จ่ายที่จำเป็น อาทิ ค่าใช้จ่ายทัวร์ท้องถินอื่นๆ ที่เปลี่ยนชื่อและคืนเงินไม่ได้ หากท่านประสงค์ให้ผู้จัดทริปช่วยหาสมาชิกแทน อาจมีค่าดำเนินการ และค่าโฆษณาทาง Social Media
หากท่านถูกปฏิเสธวีซ่าและตัดสินใจไม่เดินทาง ถือว่าเป็นการยกเลิกทริปด้วยเหตุผลส่วนบุคคล ทางผู้จัดทริปจะไม่รับผิดชอบใดๆ ท่านสามารถยื่นวีซ่าท่องเที่ยวล่วงหน้าได้ เพื่อความมั่นใจในการเดินทาง
หลังจากชำระมัดจำแล้ว หากท่านไม่สามารถชำระค่าทริปทั้งหมดภายในกำหนดที่แจ้งไว้ข้างต้น ทางผู้จัดทริปขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกสิทธิ์ในการไปทริปของท่าน และจะคืนเงินตามหลักเกณฑ์ของกรมท่องเที่ยวที่ได้แจ้งไว้แล้วข้างต้น
การยกเลิกทริปด้วยผู้จัด
หากมีเหตุขัดข้องประการใดที่ทางผู้จัดขอยกเลิกทริป ทางผู้จัดจะคืนเงินมัดจำให้เต็มจำนวน และหากสมาชิกใดได้โอนเงินส่วนที่เหลือมาครบแล้ว ทางผู้จัดก็จะโอนคืนเต็มจำนวนเช่นกัน ภายใน 30 วันนับจากวันที่มีการแจ้งยกเลิกทริป
หากสมาชิกไม่ครบขั้นต่ำออกทริป ภายในวันกำหนดชำระยอดสุดท้าย หรือด้วยสาเหตุใดๆที่ทางผู้จัดทริปไม่สามารถยืนยันการออกทริปได้ ทางผู้จัดทริปจะยกเลิกการเดินทาง และคืนเงินที่ท่านได้ชำระมาแล้วภายใน 30 วัน กรุณาอย่าทำการจองตั๋วเครื่องบินจะกว่าจะมีการยืนยันออกทริปที่แน่นอน หากท่านจองตั๋วเครื่องบินก่อนการยืนยันออกทริป และหากทริปไม่สามารถออกได้ ท่านต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายและค่าธรรมเนียมการยกเลิกตั๋วด้วยตนเอง
Text box item sample content