ถ่ายภาพใบไม้เปลี่ยนสีแคนาดา West to East จากภูเขาสุดอลังการแห่งเทือกเขาร็อกกี้ สู่สีสันฤดูใบไม้ร่วงของควิเบก
เริ่มทริปด้วยการขึ้นเฮลิคอปเตอร์เข้าสู่ Mount Assiniboine ภูเขาที่เป็น Hidden Gem ใจกลาง Canadian Rockies และไม่มีถนนเข้าถึง ต้องเดินเท้าหรือนั่งเฮลิคอปเตอร์ไปเท่านั้น ชมวิวภูเขาจากมุมสูง ก่อนเข้าไปพักท่ามกลางธรรมชาติถึง 3 คืนเต็ม เต็มอิ่มกับการถ่ายภาพยอดเขาทรงพีระมิดที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็น Matterhorn of Canada พร้อมเก็บแสงเช้าและแสงเย็นในมุมพิเศษสำหรับช่างภาพ เนื่องจากความท้าทายในการเดินทาง ที่นี่ยังไม่ค่อยมีคนไทยไปเที่ยวมากนัก และเราเป็นทริปถ่ายภาพของไทยเจ้าแรกที่จัดไปยังที่แห่งนี้
จากนั้นเดินทางต่อสู่ควิเบก ถ่ายภาพป่าใบไม้เปลี่ยนสีในโทนเหลือง ส้ม แดง ท่ามกลางหุบเขา แม่น้ำ และทะเลสาบ ลัดเลาะเดินขึ้นเขาถ่ายภาพมุมสูง เห็นใบไม้เปลี่ยนสีสลับซับซ้อนไปตามแนวเขา สลับกับเดินเก็บบรรยากาศเมืองเก่าใน Montreal และ Quebec City ที่มีเสน่ห์ของสถาปัตยกรรมสไตล์ยุโรป ถ่ายสนุกทั้งวิวธรรมชาติและมุมเมือง
Highlights
✅ To the Wilderness นั่งเฮลิคอปเตอร์เข้าไปแคมป์กลางป่า 3 คืนที่ Mount Assiniboine
✅ ชมใบไม้เปลี่ยนสีของต้น Larch คล้ายต้นสนสีทองที่มีเอกลักษณ์
✅ ชมเมืองคลาสสิคของ Quebec กับใบไม้เปลี่ยนสี
✅ ลุย Hiking เจาะลึกเดินเขาใน Quebec หลายมุม เก็บภาพป่าสีส้ม เหลือง แดง
สำคัญมาก ทริปนี้มี Camping 3 คืน กรุณาอ่านรายละเอียดให้ครบถ้วน ในหัวข้อ ลักษณะที่พักด้านล่าง
ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวเลขที่ 11/12231
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
ปู 095-156-6965
Line ID: @pixelmate
ทริปสำรวจ คือทริปที่ทริปลีดเดอร์ยังไม่เคยเดินทางไปในเส้นทางนี้ ดังนั้นอาจมีความสมบูรณ์ของการวางโปรแกรม การเลือกจุดถ่ายภาพ หรือการเลือกเส้นทาง การแนะนำเส้นทางเดิน หรือแจ้งความยากในการเดิน จะไม่สมบูรณ์เท่ากับทริปที่ทริปลีดเดอร์เคยมีประสบการณ์เดินทางแล้ว
โดยในทริปนี้ ทริปลีดเดอร์จะยังไม่เคยไป Quebec แต่เคยไป Mount Assiniboine มาแล้วครับ
พักคู่ ไม่รวมอาหาร ตั๋วเครื่องบิน และวีซ่า
จองทริป ชำระค่าจอง 70,000 บาท ชำระส่วนที่เหลือภายใน 30 มิถุนายน 2569
หากต้องการพักเดี่ยว มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม 49,000 บาท
ลักษณะทริป – เป็นทริปที่จัดโปรแกรมเพื่อช่างภาพโดยเฉพาะ ในรูปแบบ photo workshop โดยเราจะมีการแนะนำสอนถ่ายภาพที่เข้มข้น ตื่นเช้ามารอเก็บแสงสวย ๆ ตอนพระอาทิตย์ขึ้น
เหมาะสำหรับ
– ช่างภาพ ตากล้อง เราจะวางโปรแกรมให้เหมาะสมสำหรับการถ่ายภาพ และลีดเดอร์จะเน้นสอนถ่ายภาพเป็นหลัก
หากไม่ใช่ช่างภาพ ไม่มีกล้องใหญ่ ใช้แค่มือถือก็สามารถร่วมทริปได้ครับ มือถือรุ่นใหม่ๆ มีลูกเล่นกล้องและเลนส์ที่คุณภาพดี ถ่ายภาพออกมาได้สวยงามไม่แพ้กล้องใหญ่ ทริปลีดเดอร์สามารถแนะนำมุมมองการถ่ายภาพด้วยมือถือ ให้ได้ภาพสวย ๆ อย่างแน่นอน
สำหรับการถ่ายภาพบุคคลให้ลูกค้าในทริปช่างภาพจะมีการถ่ายภาพบุคคลให้ตามโอกาสโดยไม่รบกวนช่างภาพท่านอื่นเช่นถ่ายในจุดที่ใกล้เคียงกันไม่บังมุมกันและกันหรือถ่ายในช่วงเวลาที่ช่างภาพได้เก็บภาพวิวเสร็จแล้ว
กรุณาอ่านรายละเอียดทริป และเงื่อนไขการจองทริปในท้ายหน้าเพจนี้ให้ครบถ้วน เมื่อท่านโอนเงินมัดจำ ถือว่าท่านตกลงและรับทราบในกำหนดการเดินทาง ลักษณะการเดินทาง และเงื่อนไขการเดินทาง ลักษณะที่พัก และรถเช่า รวมไปถึงข้อตกลงต่างๆ ในรายละเอียดทริปฉบับนี้ อาทิ เงื่อนไขในการยกเลิกทริป หากท่านไม่สะดวกใจที่จะเดินทางเพราะลักษณะของทริปและการเดินทาง ถือว่าเป็นการตัดสินใจด้วยเหตุผลส่วนตัว
Trip leaders วิศณุ บุญรอด (ปู) และพลชาติ บูรณากาญจน์ (ปัน)
สมาชิก 8 ท่าน สมาชิกขึ้นต่ำออกทริป 8 ท่าน
ระดับความยาก ปานกลาง-ยาก มีเข้าไป Camp 3 คืน ไม่ได้อาบน้ำ และฝั่ง Quebec มีเดินขึ้นเขา 8-10 กิโลเมตรหลายเส้นทาง
สภาพอากาศ ช่วงที่เดินทางไปเป็นฤดูใบไม้เปลี่ยนสี อุณหภูมิเฉลี่ยราว 0-15 องศาเซลเซียส ที่ Mount Assiniboine อาจเจอหิมะได้ หากมีพายุหิมะเข้า อุณหภูมิอาจลงไปถึง -5 องศาเซลเซียสได้
อุณหภูมิประมาณการอาจเปลี่ยนแปลงได้ ขึ้นกับสภาพอากาศของปีนั้น ๆ
ลักษณะที่พัก พักโรงแรม 2-3 ดาว พักคู่
Camping (โปรดอ่านให้ละเอียดและทำความเข้าใจอย่างครบถ้วนก่อนจองทริป)
ที่ Mount Assiniboine จะเป็นการพักกางเตนท์ โดยสมาชิกทริปจะต้องเตรียมเตนท์ไปเองจากไทย และแบกเตนท์ กระเป๋า และของใช้ส่วนตัว จากจุดลงเฮลิคอปเตอร์ ไปยัง Campsite ระยะทาง 1.4 กิโลเมตรด้วยตนเอง เนื่องจากไม่มีลูกหาบ (รวมถึงอาหาร เครื่องครัว อุปกรณ์ถ่ายภาพ) น้ำดื่มมีน้ำประปาภูเขาที่สะอาด สามารถกรองเพิ่มหรือต้มดื่มได้
ทางทีมงานจะพยายามเต็มที่เพื่อที่จะจอง Hut แต่ไม่การันตีว่าจะสามารถจองได้ เนื่องจากการแข่งขันสูงมาก
ลักษณะ Hut จะเป็นเตียง Bunk Bed สองชั้น มีเบาะแต่ไม่มีผ้าปู ไม่มีเครื่องนอน ไม่มีฮีตเตอร์ นอนรวม 6-8 ท่านต่อหลัง มีโอกาสที่สุภาพสตรีและสุภาพบุรุษจะต้องพักร่วมกัน (ถ้าอยากการันตีพักแยกต้องนอนเตนท์เท่านั้น) ทางทัวร์จะขอความร่วมมือให้สุภาพบุรุษนอนเตียงชั้นบน และให้สุภาพสตรีนอนชั้นล่าง
กรณีจอง Hut ได้ไม่ครบจำนวนคนในทริปนี้ เราจะให้สิทธิ์การเลือกพัก Hut จากลำดับเวลาที่โอนมัดจำ ดังนั้นท่านที่มัดจำก่อนจะมีสิทธิ์ได้เลือก Hut ก่อน ในกรณีที่ทางทีมงานจองได้
จากจุดจอดเฮลิคอปเตอร์ ไปยัง Hut ระยะทางประมาณ 500 เมตร ทุกท่านจะต้องแบกของใช้ส่วนตัวมาเองเช่นกัน
ห้องสุขาที่ Assiniboine จะเป็นส้วมแบบ dry toilet (คล้ายส้วมหลุมแต่ลึกกว่าและสะอาด) และสามารถอาบน้ำได้โดยจ่ายเงินเพิ่ม
ลักษณะอาหาร ทริปนี้ไม่รวมอาหาร โดยทริปลีดเดอร์จะนำท่านและทานร้านอาหาร ซึ่งอาจจะเป็นอาหารฝรั่ง หรืออาหารเอเชีย ขึ้นกับเมืองที่เดินทางไป
ที่ Mount Assiniboine ทุกท่านจะต้องเตรียมอาหารไปเอง
ลักษณะการเดินทาง เดินทางด้วยรถ Premium SUV หรือ Minivan จำนวน 2 คัน นั่ง 5 คนต่อคัน รวมทริปลีดเดอร์
Pixelmate Co-founder: ช่างภาพผู้เชี่ยวชาญการถ่ายภาพกลางคืน (nightscape, astroscape) และ Landscape จากเมือง Dallas, Texas มีผลงานและเป็นที่ยอมรับอย่างแพร่หลายในกลุ่มช่างภาพในสหรัฐอเมริกาและระดับสากล ปัจจุบันเป็นอาจารย์ประจำที่มหาวิทยาลัยบูรพา
ช่างภาพ Landscape และ Filmmaker มีประสบการณ์ถ่ายภาพในอเมริกา และเคยเรียนที่ UCLA Cinematography
เที่ยวบินที่แนะนำให้จอง (ไม่รวมอยู่ในค่าทริป)
หมายเหตุ ตารางเวลาเที่ยวบินอาจมีการเปลี่ยนแปลงเวลาจากทางสายการบินได้ในภายหลังจากที่รายละเอียดฉบับนี้ออก กรุณาตรวจสอบเวลาของแต่ละเที่ยวบินกับทริปลีดเดอร์อีกครั้งก่อนทำการจองตั๋วเครื่องบิน
สายการบิน Air Canada (AC) + partner
จอง Multi City
กรุงเทพ – โตเกียวนาริตะ (NRT) – แวนคูเวอร์ (YVR) – แคลการี (YYC)
25 กันยายน NH806 BKK-NRT 7.00 – 15.20
25 กันยายน AC4 NRT-YVR 16.50 – 9.15
25 กันยายน AC216 YVR-YYC 13.00 – 15.29
แคลการี่ – มอนทรีออล (YUL) – ควิเบกซีตี้ (YQB)
30 กันยายน AC318 YYC-YUL 6.00 – 12.05
30 กันยายน AC1972 YUL-YQB 13.15 – 14.11
มอนทรีออล (YUL) – แวนคูเวอร์ (YVR) – กรุงเทพ
6 ตุลาคม AC311 YUL-YVR 18.00 – 20.15
6 ตุลาคม AC65 YVR-BKK 23.20 – 5.05 (+2)
กรุณายังไม่จองตั๋วเครื่องบิน จนกว่าจะมีการแจ้งยืนยันเดินทางจากทางแอดมินหรือทริปลีดเดอร์อย่างเป็นทางการ
หากต้องการเดินทางด้วยสายการบินอื่น เช่น EVA (มีบินลงแวนคูเวอร์ และโตรอนโต), Qatar Airways (มีบินลงซีแอตเติล โตรอนโต และมอนทรีออล) สามารถเลือกได้อิสระ รบกวนประสานงานกับทริปลีดเดอร์เพื่อหาเที่ยวบินที่เหมาะสมอีกครั้ง
เดินทางจากกรุงเทพฯ สู่แคลการี่ ด้วย Air Canada + partner airlines
ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองที่แวนคูเวอร์ และเมื่อถึงแคลการี่ เชคอินเข้าที่พัก แวะซื้อเสบียงสำหรับเข้าไป Camping
ทริปลีดเดอร์จะรับรถเช่าในช่วงเย็น
พักที่ Applause Hotel Calgary Airport by CLIQUE หรือเทียบเท่า
พัก 1 คืน รวมอาหารเช้า
แต่วันรุ่งขึ้นจะไม่ได้ทานอาหารเช้าของที่พัก เนื่องจากเราจะเข้าไปถ่ายภาพที่ Canmore
Meal (+ รวมในทริป, – ไม่รวมในทริป)
อาหารเช้า –
อาหารกลางวัน –
อาหารเย็น –
ล้อหมุนถ่ายภาพแสงเช้าใน Canmore และทานอาหารเช้า
เดินทางไปขึ้นเฮลิคอปเตอร์เพื่อเข้า Mount Assiniboine โดยขึ้นที่ Mount Shark Helipad ใช้เวลาเดินทางจาก Canmore ประมาณ 45 นาที
ช่วงเวลาขึ้นเฮลิคอปเตอร์จะอยู่ประมาณ 10.00 – 14.00 โดยเราจะยังไม่ทราบเวลาบินล่วงหน้า ขึ้นกับทางบริษัทเฮลิคอปเตอร์จะเป็นผู้จัดสรรเวลาบิน
จากนั้น เดินพร้อมสัมภาระของตนเองไป Campsite หรือ Hut ขึ้นกับว่าทางทีมงานจองรูปแบบใด
ที่ Campsite และ Hut ไม่มีน้ำอาบ แต่ที่ Assiniboine Lodge สามารถจ่ายเงินเพิ่มเพื่ออาบน้ำได้ ใช้บริการของซาวน่า
ช่วงเย็น ผ่อนคลายบรรยากาศ ถ่ายภาพริมทะเลสาบ Lake Magog
Meal (+ รวมในทริป, – ไม่รวมในทริป)
อาหารเช้า –
อาหารกลางวัน –
อาหารเย็น –
Mount Assiniboine เป็นยอดเขาสูง 3,618 เมตรในเทือกเขาร็อกกี ประเทศแคนาดา ตั้งอยู่บนพรมแดนระหว่างรัฐบริติชโคลัมเบียและแอลเบอร์ตา ด้วยรูปทรงพีระมิดสูงชันจึงได้รับฉายาว่า “Matterhorn of the Rockies” พื้นที่รอบภูเขามีทั้งธารน้ำแข็ง ทะเลสาบ และทุ่งหญ้าอัลไพน์ โดยอุทยาน Mount Assiniboine เป็นส่วนหนึ่งของมรดกโลก Canadian Rocky Mountain Parks และไม่มีถนนเข้าถึง นักท่องเที่ยวจึงต้องเดินป่าหรือนั่งเฮลิคอปเตอร์เข้าไป
ถ่ายภาพใน Mount Assiniboine 2 วันเต็ม โดยเราอาจเดินเทรลไปหลายเส้นทาง เช่น Wonder Pass, Lake Og, Nublet Peak เป็นต้น
ช่วงกลางคืน ถ้าฟ้าเปิด อาจมีโอกาสได้ถ่ายภาพทางช้างเผือก
Meal (+ รวมในทริป, – ไม่รวมในทริป)
อาหารเช้า –
อาหารกลางวัน –
อาหารเย็น –
Lake Magog เป็นทะเลสาบกลางเทือกเขาร็อกกีในอุทยาน Mount Assiniboine รัฐบริติชโคลัมเบีย ประเทศแคนาดา มีฉากหลังเป็นยอดเขา Mount Assiniboine รูปทรงพีระมิดสูงเด่น ในวันที่ลมสงบ ผิวน้ำจะสะท้อนแนวภูเขาที่โอบล้อมทะเลสาบ บริเวณนี้เป็นจุดหมายยอดนิยมสำหรับการเดินป่าและตั้งแคมป์ท่ามกลางธรรมชาติ โดยไม่มีถนนเข้าถึง
Nublet และ Nub Peak เป็นจุดชมวิวบนแนวเขาในอุทยาน Mount Assiniboine ประเทศแคนาดา มองเห็นยอดเขา Assiniboine ตั้งตระหง่านเหนือทะเลสาบ Magog, Sunburst และ Cerulean โดย Nublet เป็นสันเขาที่อยู่ต่ำกว่า ส่วน Nub Peak เป็นยอดเขาสูงประมาณ 2,746 เมตร ซึ่งต้องเดินต่อขึ้นไปตามแนวสันเขา ทั้งสองจุดเปิดมุมมองกว้างของทะเลสาบ ป่า และยอดเขาร็อกกีที่เรียงตัวซ้อนกัน
ถ่ายภาพแสงเช้าจากแอ่งน้ำเล็ก ๆ ที่เราจะได้เห็นเงาสะท้อนที่สวยงามมาก
ช่วงสาย เดินพร้อมสัมภาระมา Standby รอขึ้นเฮลิคอปเตอร์ช่วง 10.00 – 14.00 น.
โดยเราจะต้องแบกขยะทุกชิ้นกลับออกมาด้วย
บ่าย ทานอาหารอร่อย ๆ ในเมือง Canmore หรือ Banff และเดินทางเข้าเมือง Calgary ไปพักผ่อน
พักที่ Applause Hotel Calgary Airport by CLIQUE หรือเทียบเท่า
พัก 1 คืน รวมอาหารเช้า
แต่วันรุ่งขึ้นจะไม่ได้ทานอาหารเช้าของที่พัก เนื่องจากเราต้องไปสนามบินแต่เช้า
Meal (+ รวมในทริป, – ไม่รวมในทริป)
อาหารเช้า –
อาหารกลางวัน –
อาหารเย็น –
ออกเดินทางไปยัง Quebec City ด้วยสายการบิน Air Canada ต่อเครื่องที่ Montreal
เวลาที่ Quebec เร็วกว่าที่ Calgary 2 ชั่วโมง
รับรถเช่า และออกเดินทางไปพักที่เมือง Baie-Saint-Paul ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง
คาดว่าจะออกจากสนามบินได้ประมาณ 15.00 น. และถึงปลายทาง 16.30 น.
ถ่ายภาพพระอาทิตย์ตกกับสวนสาธารณะในตัวเมือง หรือป่าเปลี่ยนสี
พักที่ Hotel Baie Saint Paul หรือเทียบเท่า
พัก 3 คืน ไม่รวมอาหารเช้า
Meal (+ รวมในทริป, – ไม่รวมในทริป)
อาหารเช้า –
อาหารกลางวัน –
อาหารเย็น –
Québec City เป็นเมืองหลวงของรัฐควิเบก ประเทศแคนาดา ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเซนต์ลอว์เรนซ์ โดดเด่นด้วยวัฒนธรรมฝรั่งเศส อาคารเก่า และถนนปูหินที่ให้บรรยากาศคล้ายเมืองในยุโรป โดยมีโรงแรม Château Frontenac ตั้งตระหง่านเป็นสัญลักษณ์ของเมือง ย่านประวัติศาสตร์ Old Québec ยังคงรักษากำแพงเมืองและป้อมปราการไว้ได้อย่างดี และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO ในปี 1985
Baie-Saint-Paul เป็นเมืองเล็กในภูมิภาค Charlevoix รัฐควิเบก ประเทศแคนาดา ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเซนต์ลอว์เรนซ์ท่ามกลางทิวเขา เมืองนี้มีชื่อเสียงด้านศิลปะและได้รับการขนานนามว่าเป็นศูนย์กลางวัฒนธรรมของ Charlevoix โดยเฉพาะถนน Saint-Jean-Baptiste ที่เรียงรายด้วยแกลเลอรี ร้านค้า และร้านอาหาร บรรยากาศของเมืองผสมผสานเสน่ห์ของอาคารเก่าเข้ากับวิถีชีวิตและวัฒนธรรมฝรั่งเศสแบบควิเบก
ตลอดสองวัน เราจะเที่ยวใน 2 อุทยานแห่งชาติหลักคือ
Parc national des Hautes‑Gorges-de-la-Rivière‑Malbaie อุทยานในภูมิภาค Charlevoix รัฐควิเบก ประเทศแคนาดา โดดเด่นด้วยหุบเขาลึกและหน้าผาหินสูงชัน ซึ่งอยู่ในกลุ่มหน้าผาที่สูงที่สุดทางตะวันออกของเทือกเขาร็อกกี มีแม่น้ำ Malbaie ไหลคดเคี้ยวผ่านกลางหุบเขา ภูมิประเทศที่ผ่านการกัดเซาะของธารน้ำแข็งทำให้เกิดทิวทัศน์ตระการตา โดยเฉพาะในฤดูใบไม้ร่วงที่ป่าบนไหล่เขาเปลี่ยนเป็นสีเหลือง ส้ม และแดง ตัดกับหน้าผาหินและสายน้ำเบื้องล่าง
และ Parc national des Grands-Jardins อุทยานแห่งนี้โดดเด่นด้วยภูเขาหิน ป่าสน และผืนไลเคนที่ปกคลุมพื้นราวกับพรมธรรมชาติ ชื่อ Grands-Jardins แปลว่า “สวนขนาดใหญ่” มาจากพืชพรรณแบบแดนเหนือที่พบได้อย่างน่าทึ่งในพื้นที่นี้ จุดชมวิวสำคัญคือยอดเขา Mont du Lac des Cygnes ซึ่งมองเห็นหุบเขาและภูมิประเทศส่วนหนึ่งของแอ่งอุกกาบาต Charlevoix อุทยานยังเป็นพื้นที่แกนกลางส่วนหนึ่งของเขตสงวนชีวมณฑล Charlevoix ที่ UNESCO รับรอง
โดยทั้งสองอุทยาน จะมีเดิน Hiking ที่ละ 1 เส้นทาง ระยะทางไปกลับ 9 กิโลเมตร เดินขึ้นเขา มี elevation gain ประมาณ 400-700 เมตร
Meal (+ รวมในทริป, – ไม่รวมในทริป)
อาหารเช้า –
อาหารกลางวัน –
อาหารเย็น –
ถ่ายภาพเมือง Baie-Saint-Paul ที่มีโบสถ์ใหญ่เป็นเอกลักษณ์
จากนั้นเดินทางกลับมาที่ Quebec City
ช่วงกลางวันแวะเที่ยวอุทยาน Parc national de la Jacques-Cartier ชมธรรมชาติและใบไม้เปลี่ยนสี
ตอนเย็น เก็บภาพเมืองจากจุดชมวิว Terrasse Saint-Denis ซึ่งมีอาคาร Château Frontenac เป็นอาคารเก่าแก่ที่เป็นเอกลักษณ์ของเมือง
Meal (+ รวมในทริป, – ไม่รวมในทริป)
อาหารเช้า –
อาหารกลางวัน –
อาหารเย็น –
Parc national de la Jacques-Cartier เป็นอุทยานทางเหนือของเมืองควิเบก ประเทศแคนาดา โดดเด่นด้วยหุบเขาที่เกิดจากการกัดเซาะของธารน้ำแข็ง ลึกกว่า 550 เมตร มีแม่น้ำ Jacques-Cartier ไหลคดเคี้ยวระหว่างไหล่เขาสูงชันที่ปกคลุมด้วยป่าไม้ สายน้ำมีทั้งช่วงสงบนิ่งและช่วงแก่งไหลเชี่ยว เปิดให้สัมผัสทิวทัศน์ได้ทั้งจากเส้นทางเดินป่าและการพายเรือ โดยในฤดูใบไม้ร่วง ป่าเปลี่ยนสีจะเพิ่มสีสันให้หุบเขาแห่งนี้เป็นพิเศษ
Terrasse Saint-Denis หรือชื่อปัจจุบัน Terrasse Pierre-Dugua-De Mons เป็นจุดชมวิวบนเนินสูงในย่าน Old Québec ประเทศแคนาดา ตั้งอยู่ใกล้ป้อม Citadelle และเหนือทางเดิน Terrasse Dufferin จากที่นี่มองเห็นโรงแรม Château Frontenac โดดเด่นคู่กับแม่น้ำเซนต์ลอว์เรนซ์และอาคารเก่าของเมือง จึงเป็นมุมถ่ายภาพที่ถ่ายทอดเอกลักษณ์ของ Québec City ได้อย่างสวยงาม ชื่อปัจจุบันตั้งขึ้นเพื่อยกย่อง Pierre Dugua de Mons ผู้สนับสนุนการก่อตั้งเมืองควิเบก
ช่วงเช้า เก็บภาพน้ำตก Montmorency Falls ก่อนเชคเอาท์ออกเดินทางต่อไป Montreal ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง โดยแวะเที่ยวโบสถ์เล็ก ๆ และถ่ายภาพเมืองน่ารักคลาสสิคที่อยู่ระหว่างทาง
เย็น ออกเก็บภาพทะเลสาบที่รายล้อมด้วยใบไม้เปลี่ยนสี ด้านนอกตัวเมือง
Meal (+ รวมในทริป, – ไม่รวมในทริป)
อาหารเช้า +
อาหารกลางวัน –
อาหารเย็น –
Montmorency Falls เป็นน้ำตกใกล้เมืองควิเบก ประเทศแคนาดา มีความสูง 83 เมตร สูงกว่าน้ำตกไนแอการาประมาณ 30 เมตร สายน้ำไหลจากแม่น้ำ Montmorency ทิ้งตัวลงจากหน้าผาสูงก่อนบรรจบกับแม่น้ำเซนต์ลอว์เรนซ์ จุดเด่นคือสะพานแขวนเหนือยอดน้ำตกที่เปิดให้ชมกระแสน้ำจากมุมสูง รวมถึงทางเดินและบันไดเลียบหน้าผาที่เผยให้เห็นน้ำตกจากหลายมุม ท่ามกลางละอองน้ำและเสียงสายน้ำที่ดังก้อง
Montréal เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของรัฐควิเบก ประเทศแคนาดา ตั้งอยู่บนเกาะในบริเวณแม่น้ำเซนต์ลอว์เรนซ์ โดดเด่นด้วยการผสมผสานวัฒนธรรมฝรั่งเศสกับความหลากหลายของผู้คนจากทั่วโลก ย่าน Old Montréal มีอาคารประวัติศาสตร์และถนนปูหินที่ให้บรรยากาศแบบยุโรป ขณะที่ใจกลางเมืองเต็มไปด้วยศิลปะ ร้านอาหาร และชีวิตร่วมสมัย โดยมี Mount Royal เนินเขาที่เป็นที่มาของชื่อเมือง เป็นพื้นที่สีเขียวสำคัญและจุดชมทิวทัศน์เมืองจากมุมสูง
เช้า เดินทางไปเก็บภาพเงาสะท้อนของป่าเปลี่ยนสี และขึ้นกระเช้าชม Mont Tremblant เพื่อชมใบไม้เปลี่ยนสีจากมุมสูง
บ่าย เก็บภาพใบไม้เปลี่ยนสีในตัวเมือง Montreal โดยทริปลีดเดอร์จะเลือกจุดถ่ายภาพตามพยากรณ์ใบไม้เปลี่ยนสีหน้างานอีกครั้งหนึ่ง
Meal (+ รวมในทริป, – ไม่รวมในทริป)
อาหารเช้า +
อาหารกลางวัน –
อาหารเย็น –
เช้า ออกไปถ่ายภาพใบไม้เปลี่ยนสีด้านนอกตัวเมืองมอนทรีออล อาจเป็นมุมโดรน ทะเลสาบรูปหัวใจ
บ่าย Shopping ตามอัธยาศัย และแยกย้ายเดินทางกลับกรุงเทพฯในช่วงค่ำ สายการบิน Air Canada
Meal (+ รวมในทริป, – ไม่รวมในทริป)
อาหารเช้า +
อาหารกลางวัน –
อาหารเย็น –
เดินทางข้ามเส้นแบ่งเวลา
ถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ
การยกเลิกทริปด้วยเหตุผลส่วนตัวของสมาชิก
การยกเลิกทริปด้วยเหตุผลส่วนตัวของสมาชิก ยึดตามหลักเกณฑ์ของกรมท่องเที่ยว
หากเกิดเหตุขัดข้องประการใดที่ท่านไม่สามารถไปทริปได้ด้วยเหตุผลส่วนบุคคล และมีการแจ้งขอยกเลิกทริป ล่วงหน้ามากกว่า 30 วัน จะได้รับเงินคืน 100% และต้องถูกหักค่าใช้จ่ายที่ไม่สามารถคืนเงินได้
หากท่านแจ้งล่วงหน้ามากกว่า 15 วัน แต่ไม่เกิน 30 วัน จะได้รับเงินคืน 50% และต้องถูกหักค่าใช้จ่ายที่ไม่สามารถคืนเงินได้
หากท่านแจ้งล่วงหน้าน้อยกว่า 15 วัน จะไม่ได้รับเงินคืน
โดยขอสงวนสิทธิ์ในการหักค่าใช้จ่ายและค่าดำเนินการที่ได้ออกไปล่วงหน้าก่อนแล้ว เช่นค่าโรงแรมที่พักส่วนของท่าน และหักค่าดำเนินการ 20,000 บาท ฯลฯ
หากท่านหาผู้ที่สนใจไปแทนได้ด้วยตนเอง ทางผู้จัดจะคืนเงินให้เต็มจำนวนหลังหักค่าใช้จ่ายที่จำเป็น อาทิ ค่าใช้จ่ายทัวร์ท้องถินอื่นๆ ที่เปลี่ยนชื่อและคืนเงินไม่ได้ หากท่านประสงค์ให้ผู้จัดทริปช่วยหาสมาชิกแทน อาจมีค่าดำเนินการ และค่าโฆษณาทาง Social Media
หากท่านถูกปฏิเสธวีซ่าและตัดสินใจไม่เดินทาง ถือว่าเป็นการยกเลิกทริปด้วยเหตุผลส่วนบุคคล ทางผู้จัดทริปจะไม่รับผิดชอบใดๆ ท่านสามารถยื่นวีซ่าท่องเที่ยวล่วงหน้าได้ เพื่อความมั่นใจในการเดินทาง
หลังจากชำระมัดจำแล้ว หากท่านไม่สามารถชำระค่าทริปทั้งหมดภายในกำหนดที่แจ้งไว้ข้างต้น ทางผู้จัดทริปขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกสิทธิ์ในการไปทริปของท่าน และจะคืนเงินตามหลักเกณฑ์ของกรมท่องเที่ยวที่ได้แจ้งไว้แล้วข้างต้น
การยกเลิกทริปด้วยผู้จัด
หากมีเหตุขัดข้องประการใดที่ทางผู้จัดขอยกเลิกทริป ทางผู้จัดจะคืนเงินมัดจำให้เต็มจำนวน และหากสมาชิกใดได้โอนเงินส่วนที่เหลือมาครบแล้ว ทางผู้จัดก็จะโอนคืนเต็มจำนวนเช่นกัน ภายใน 30 วันนับจากวันที่มีการแจ้งยกเลิกทริป
หากสมาชิกไม่ครบขั้นต่ำออกทริป ภายในวันกำหนดชำระยอดสุดท้าย หรือด้วยสาเหตุใดๆที่ทางผู้จัดทริปไม่สามารถยืนยันการออกทริปได้ ทางผู้จัดทริปจะยกเลิกการเดินทาง และคืนเงินที่ท่านได้ชำระมาแล้วภายใน 30 วัน กรุณาอย่าทำการจองตั๋วเครื่องบินจะกว่าจะมีการยืนยันออกทริปที่แน่นอน หากท่านจองตั๋วเครื่องบินก่อนการยืนยันออกทริป และหากทริปไม่สามารถออกได้ ท่านต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายและค่าธรรมเนียมการยกเลิกตั๋วด้วยตนเอง