Iceland Winter : ออกล่าแสงเหนือสุดปัง

🇮🇸 ❄️Iceland Winter : ออกล่าแสงเหนือสุดปัง
 
“ฤดูหนาวในไอซ์แลนด์” คือหนึ่งในสถานที่ที่ดีที่สุดในโลก ไอซ์แลนด์ในฤดูหนาว ไม่ได้มีแค่ความหนาวแต่มันคือสวรรค์ที่เต็มไปด้วยความงามจากธรรมชาติคือช่วงเวลาที่ “ธรรมชาติ” เปิดโชว์ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกให้คุณได้เห็น นั่นคือ “แสงเหนือ”
 
💚 แสงเหนือ (Aurora Borealis) คือปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เกิดจากการปะทะกันระหว่างอนุภาคพลังงานสูงจากดวงอาทิตย์กับสนามแม่เหล็กโลก เมื่ออนุภาคเหล่านี้เข้าสู่ชั้นบรรยากาศโลกบริเวณขั้วแม่เหล็ก พวกมันจะทำปฏิกิริยากับแก๊สในชั้นบรรยากาศ ทำให้เกิดแสงเรืองสีเขียว ฟ้า ชมพู และม่วง คล้ายม่านแสงเต้นระบำบนท้องฟ้า คำว่า “Aurora Borealis” มาจากชื่อเทพีแห่งรุ่งอรุณของโรมัน (Aurora) และคำว่า “Boreas” ที่หมายถึงลมเหนือในภาษากรีก แปลรวมกันได้ว่า “แสงแห่งทิศเหนือ” แสงเหนือ (Aurora Borealis) คือหนึ่งในปรากฏการณ์ธรรมชาติที่งดงามและน่าตื่นตาตื่นใจที่สุดที่คุณควรได้เห็นสักครั้งในชีวิต
 
👁️‍🗨️ และถ้าคุณกำลังวางแผนที่จะออกล่าแสงเหนือที่ไอซ์แลนด์
นี่คือ 5 จุดล่าแสงเหนือที่คุณ “ต้องไปให้ได้”
📌5 จุดล่าแสงเหนือที่ “ห้ามพลาด” ในไอซ์แลนด์
💚รวมโลเคชั่นระดับตำนาน ที่ช่างภาพ สายเที่ยว และนักล่าความฝันจากทั่วโลกต้องปักหมุด!
📍1. Kirkjufell & Kirkjufellsfoss
✨จุดถ่ายแสงเหนือสุดไอคอนที่ทุกคนต้องมาสักครั้งในชีวิต
ภูเขาทรงหมวกแม่มดที่โด่งดังไปทั่วโลกจากซีรีส์ Game of Thrones มีน้ำตก Kirkjufellsfoss อยู่เบื้องหน้า เป็นมุมถ่ายภาพแสงเหนือที่ “ไอคอนิก” ที่สุดของไอซ์แลนด์มองเห็นแสงเหนือโค้งผ่านหลังภูเขาได้อย่างสวยงามราวกับภาพในฝัน ช่วงหน้าหนาวภูเขาจะปกคลุมด้วยหิมะ เป็นฉากหลังที่สมบูรณ์แบบ
📍2. Þingvellir National Park
✨รอยแยกเปลือกโลกที่เปิดม่านรับแสงเหนือ”
อุทยานประวัติศาสตร์แห่งชาติ มีภูมิประเทศแบบรอยแยกเปลือกโลกเหมาะสำหรับ “ล่าแสงเหนือแบบใกล้ Reykjavik” โดยไม่ต้องเดินทางไกล ท้องฟ้ามักเปิดในฤดูหนาว ท้องฟ้ามืดสนิท มีโอกาสเห็นแสงเหนือชัดเจน ลานโล่ง หน้าผา และรอยแยกหิน ทำให้มองเห็นท้องฟ้าแบบพาโนรามา ในฤดูหนาวหิมะจะเคลือบพื้นหิน ทำให้พื้นสะท้อนแสงบางส่วน สร้างภาพสวยแปลกตา
📍 3. Jökulsárlón Glacier Lagoon & Diamond Beach
✨เมื่อแสงเหนือเต้นรำเหนือน้ำแข็ง…
Jökulsárlón คือทะเลสาบที่เกิดจากการละลายของธารน้ำแข็ง Vatnajökull (ใหญ่ที่สุดในยุโรป)เต็มไปด้วยภูเขาน้ำแข็งสีฟ้า-ขาวขนาดมหึมาที่ลอยอยู่กลางทะเลสาบ หาดทรายดำติดกันที่ชื่อว่า Diamond Beach มีน้ำแข็งขนาดเล็กกระจายทั่วเหมือนเพชร แสงเหนือจะสะท้อนน้ำแข็งเหล่านี้ส่องประกายระยิบระยับในความมืด อยู่ห่างจากเมืองใหญ่หลายร้อยกิโลเมตร ฟ้าเปิด และไม่มีมลภาวะแสง เหมาะสุดสำหรับการล่าแสงเหนือแบบเน้นคุณภาพ
📍 4. Mývatn
✨เหนือเส้นขอบฟ้าคือแสงออโรรา… ใต้พื้นดินคือไอน้ำและลาวา
Mývatn เป็นทะเลสาบน้ำตื้นขนาดใหญ่ในเขต ไอซ์แลนด์ตอนเหนือ พื้นที่โดยรอบเกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟในอดีต ทำให้ภูมิประเทศรอบ ๆ เต็มไปด้วย ลาวาแข็งตัวเป็นก้อนหินรูปร่างแปลก ปล่องภูเขาไฟเก่า เนินเขาและทุ่งลาวา ความหลากหลายทางธรรมชาติ ทั้งน้ำ แร่ ความร้อน และหิมะทะเลสาบบางส่วนจะจับเป็นน้ำแข็งในฤดูหนาว บรรยากาศจะเหมือนอยู่บน “ดาวอังคารที่ถูกคลุมด้วยหิมะ” เมื่อลมสงบและฟ้าเปิด จะเห็นแสงเหนือสะท้อนบนผิวน้ำ หรือผืนน้ำแข็ง เหมือนมีออโรรา 2 ชั้น
📍5. Vík í Mýrdal & Reynisfjara Beach
✨ระบำออโรราเหนือคลื่นทะเลดำ… ในคืนหนาวที่ไร้แสงเมือง
Vík í Mýrdal คือเมืองชายฝั่งเล็ก ๆ ทางตอนใต้ของไอซ์แลนด์ อยู่ใกล้หาดทรายดำอันเลื่องชื่อ Reynisfjara Black Sand Beach มีเพียงไม่กี่จุดในไอซ์แลนด์ที่สามารถเห็นแสงเหนือ พาดผ่านเหนือมหาสมุทรแอตแลนติก เงาคลื่น กระแสน้ำ และเสาหินทะเลช่วยสร้าง foreground ที่แปลกตาและทรงพลัง สีเขียวของแสงเหนือจะตัดกับพื้นดำได้อย่างคมชัด ยิ่งเมื่อมีน้ำทะเลซัดขึ้นชายหาด เงาสะท้อนแสงยิ่งสวยเป็นพิเศษ
 
🇮🇸❄️ฤดูหนาวในไอซ์แลนด์ไม่ใช่แค่หนาว…แต่คือความมหัศจรรย์
การได้ยืนท่ามกลางหิมะ ท่ามกลางความเงียบ แล้วเงยหน้ามองแสงสีเขียวที่อยู่บนฟ้า คือประสบการณ์ที่ ทั้งเรียบง่ายและใหญ่ที่สุด
 
เพราะแสงเหนือไม่ได้มาเพื่อให้แค่ถ่ายรูป แต่มาเพื่อให้เราจำ…ว่าครั้งหนึ่งเราเคยอยู่ใต้ท้องฟ้าแบบนั้น💚
About the author

A landscape photographer based in Los Angeles http://www.piriyaphoto.com/

Leave a Reply

Discover more from Pixelmate ทริปถ่ายภาพ-ทริปท่องเที่ยว

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading